สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หน้าที่ของดับเบิลยูเอชโอ คือ การให้คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติตามหลักฐานเชิงประจักษ์ และสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ในการปกป้องและพัฒนาสุขภาพของประชากร

“แต่ประเทศต่าง ๆ จะปฏิบัติตามคำแนะนำหรือไม่ และอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับพวกเขาเสมอมา และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป โดยตั้งอยู่บนแนวทางปฏิบัติและกฎระเบียบของแต่ละประเทศ” นพ.เทดรอส กล่าวเพิ่มเติม

เมื่อปี 2567 ประเทศสมาชิกดับเบิลยูเอชโอ 194 ประเทศ มีมติเห็นชอบการแก้ไขกฎระเบียบด้านสุขภาพระหว่างประเทศ (ไอเอชอาร์) ซึ่งมีผลบังคับใช้ครั้งแรกในปี 2512 โดยมีเป้าหมายเพื่อเตือนภัยก่อนที่การระบาดใหญ่จะลุกลามอย่างเต็มรูปแบบ และกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกดำเนินการประสานงานอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการถอนตัวออกจากดับเบิลยูเอชโอ ปฏิเสธการแก้ไขกฎระเบียบดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า การเปลี่ยนแปลงมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแทรกแซงที่ไม่สมควรต่อสิทธิอธิปไตยของชาติ ในการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ

ขณะที่ นพ.เทดรอส เน้นย้ำว่า การแก้ไขกฎระเบียบได้รับการเสนอ เจรจา และรับรองโดยประเทศสมาชิกดับเบิลยูเอชโอ ซึ่งหน่วยงานไม่มีอำนาจที่จะบอกว่า ประเทศต่าง ๆ ต้องทำอะไร และเรื่องนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญดับเบิลยูเอชโอ.

เครดิตภาพ : AFP