เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์บริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) กระทรวง พม. กรณีสถานการณ์การปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดย ศบปภ.พม.จังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่ามีเหตุปะทะกัน 2 จุดในอำเภอกันทรลักษ์ มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต ทั้งพลเรือน และทหาร ทีมศบปภ.พม.จังหวัดศรีสะเกษ ได้ส่งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่เข้าไปดูแลประชาชนพี่น้องกลุ่มเปราะบางที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งทางจังหวัดดำเนินการเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 136 ศูนย์ รองรับประชาชนได้ จำนวน 80,351 คน

ด้าน ศบปภ.พม.จังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า ในวันเดียวกันนี้เวลาประมาณ 09.30 น. มีลูกกระสุนปืนใหญ่ตกที่อำเภอบ้านกรวด เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บและบ้านเรือนเสียหาย 2 หลัง ทางอำเภอบ้านกรวดได้สั่งอพยพประชาชน 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลสายตะกู  จันทบเพชร ปราสาท และบ้านกรวด ไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแผนอพยพ ขณะที่ ทีม ศบปภ.พม.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดทีมดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง และเตรียมสถานที่รองรับ 24 ชั่วโมง

สำหรับ ศบปภ.พม.จังหวัดสุรินทร์ รายงานว่า เกิดเหตุปะทะกัน 2 จุด ที่ปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก, ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง ก็มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงผู้เสียชีวิตด้วย อีกทั้งยังมีการยิงระเบิดเข้าไปที่โรงพยาบาลอำเภอพนมดงรัก จากนั้นมีการขนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงในจุดปลอดภัย นอกจากนี้มีเหตุยิงระเบิดตกใส่บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอสังขะ แต่ยังไม่ได้รับรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มเติม ทั้งนี้ทีม ศบปภ.พม.จังหวัดสุรินทร์ ได้ส่งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่เข้าดูแลช่วยเหลือและเยียวยาฟื้นฟูจิตใจประชาชนที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งมีการเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 37 ศูนย์ รองรับประชาชนได้ จำนวน 80,800 คน และยังได้จัดสถานที่เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับประชาชน

ส่วน ศบปภ.พม.จังหวัดอุบลราชธานี ได้ให้ทีมเคลื่อนที่เร็วร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ที่จุดอพยพ อำเภอเดชอุดม โดยในวันนี้ (24 ก.ค. 68) ได้แบ่งทีมเคลื่อนที่เร็วออกเป็น 3 ชุด ประจำจุดหลักของศูนย์อพยพ ซึ่งได้ดำเนินการช่วยเหลือดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ย้ายมาอยู่ที่ศูนย์อพยพ มีบริการรับลงทะเบียนกลุ่มเปราะบาง และบริการรถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งให้บริการทุกจุดรวม 30 คัน และในวันที่ 25 ก.ค. 68 ทีม ศบปภ.พม.จังหวัดอุบลราชธานี จะลงพื้นที่คัดกรอง และเก็บข้อมูลกลุ่มเปราะบาง ตามแผนงานและพื้นที่รับผิดชอบต่อไป

ขณะที่ ศบปภ.พม.จังหวัดสระแก้ว รายงานว่า ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรง แต่ในส่วนของการเตรียมความพร้อมของจังหวัดสระแก้ว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมและให้ทุกหน่วยงานประสานข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งทีม ศบปภ.พม.จังหวัดสระแก้ว ได้เตรียมพร้อมในกรณีที่ต้องเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตามทีม ศบปภ.พม.จังหวัดจันทบุรี และทีม ศบปภ.พม.จังหวัดตราด ไม่มีการรายงานสถานการณ์ความรุนแรง และได้ประสานงานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานในจังหวัด กรณีเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด