จากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากกัมพูชาเปิดฉากโจมตีพื้นที่ชุมชนและโรงพยาบาลฝั่งไทย ทำให้มีผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พล.ต.วันชนะ สวัสดี” ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานความมั่นคงชายแดน (สน.ปร.มน.) ได้ออกมาโพสต์ประเด็นฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน โดยใช้ระบบจรวด BM-21 ยิงเข้าพื้นที่ชายแดนไทยซึ่งอยู่ในรัศมีที่จรวดรุ่นปรับปรุงสามารถยิงถึง จุดที่ถูกยิงอาจเป็นพื้นที่พลเรือนไม่ใช่ฐานทหาร ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว “Wanchana Sawasdee”

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “กัมพูชายิงก่อน เขมรยิงก่อน ยิงเป้าหมายประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วย ความจริงแม่นหรือไม่ ถ้าแม่นแสดงว่าจงใจทำร้ายประชาชน ถ้าไม่แม่นแสดงว่าไม่รับผิดชอบต่อชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ ความเป็นไปได้ คือ ไม่แม่น อันเกิดจากอาวุธ BM21 นี้ไม่แม่นอยู่แล้ว ข้อสังเกตว่าทำไมแนวปะทะจึงจำกัดวงทั้งที่เขมรเอากำลังประชิดชายแดนตลอดแนว สันนิษฐานได้ว่ามีขีดความสามารถมีเท่านี้ ที่เหลือไม่มีกระสุน และอาวุธใช้ไม่ได้ ถ้าจะเปิดแนวรบใหม่ต้องย้ายจากที่เดิมนี้ไป”

นอกจากนี้ “การที่ทหารเขมรใช้พื้นที่พลเรือนเป็นที่ตั้งทางทหาร ใช้ประชาชนกัมพูชาเองเป็นโล่มนุษย์ และเตรียมเล่นข่าวว่าไทยยิงโดนประชาชน แผนแบบนี้ตื้นเขินและใช้คนบริสุทธิ์เป็นผู้รับเคราะห์แทน BM-21 มีจรวดแบบมาตรฐาน (9M22U) ระยะยิง 20.4 กม. ใช้ดินขับแบบดั้งเดิม จรวดแบบปรับปรุง (ยืดระยะ) (9M28F/9M521/9M522) ระยะยิง 30-40 กม. มีการปรับปรุงดินขับและโครงสร้างจรวด”

อย่างไรก็ตาม “จรวดแบบนำเข้าจากจีน (Type 81, PR50) หรืออิหร่าน (Arash-1) ระยะยิงมากกว่า 30 กม. คุณภาพขึ้นอยู่กับแหล่งผลิต ทั้งนี้ปั๊มจุดหมายที่ระยะ 23 กม. จากเขตแดน (ไม่ใช่ลึกเข้ามา 50km) คาดว่าเป็นจรวดรุ่นปรับปรุง แม้ว่าจะเป็นฐานจรวดแบบ BM-21 หรือ RM-70 ซึ่งทั้งสองประเภทใช้จรวดร่วมกันได้”

ขอบคุณข้อมูล : Wanchana Sawasdee