นักวิ่งคนนี้ กำลังถูกไล่ตะเพิดให้ออกจากการแข่งขัน จากฝ่ายจัดศึกวิ่งบอสตัน มาราธอน 1967

เหตุผลเพราะเธอ “เป็นผู้หญิง”!

นี่คือภาพประวัติศาสตร์วงการวิ่งมาราธอนของโลก ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1967

ภาพจาก https://www.nhpr.org/

ในยุคก่อนวิ่งมาราธอน ยังถูกจำกัดวงแคบแค่ผู้ชายเท่านั้น และเพศหญิงถูกมองว่าไม่แข็งแรงพอจะวิ่งจบ 42.195 กม. ได้ ถูกกีดกัน ยกเหตุผลต่างๆ นานา

แต่ แคเธอริน สวิตเซอร์ ที่ตอนนั้นอายุ 20 ปี ต้องการพิสูจน์ว่า “ผู้หญิงก็วิ่งได้”

60 กว่าปีที่แล้ว อันที่จริงไม่ได้มีกฎชัดเจนว่า “ผู้หญิงห้ามวิ่งมาราธอน” แต่ก็เป็นที่เข้าใจกันตามนั้น ว่าระยะนี้มีไว้ให้ผู้ชายเท่านั้น

สวิตเซอร์ ซึ่งชื่นชอบการเล่นกีฬาตั้งแต่วัยรุ่น และเคยวิ่งระยะสั้นๆ ได้ตัดสินใจ “ก้าวข้ามเส้นแบ่ง” สมัครลงแข่งขัน บอสตันมาราธอน 1967 ได้หมายเลขวิ่ง 261 ใช้ชื่อ K.V.Switzer

วันที่ 19 เม.ย. 1967 วันที่หิมะตก เป็นวันเปลี่ยนแปลงวงการกีฬาหญิงไปตลอดกาล

หลังออกสตาร์ตไปได้ประมาณ 4 ไมล์ ก็เกิดเหตุให้เธอตกใจ เมื่อผู้อำนวยการแข่งขัน วิ่งไล่หลังเธอ

พร้อมตะโกนว่า “ออกไปจากการแข่งขันของฉันเดี๋ยวนี้ แล้วคืนหมายเลขมาด้วย”

ไม่พูดเปล่าๆ ชายคนนั้นพยายามดึงหมายเลขแข่งขันออกจากเสื้อ

แต่ ทอม มิลเลอร์ แฟนของเธอในตอนนั้น เข้ามาขวางไว้

สวิตเซอร์ได้วิ่งต่อไปจนเข้าเส้นชัย

Photo credit: Boston Herald

เป็นผู้หญิงคนแรกที่วิ่ง บอสตันมาราธอน ระยะ 42.195 กม. แบบเป็นทางการ

ที่บอกว่า “คนแรกอย่างเป็นทางการ” เพราะก่อนหน้านั้น 1 ปี “บอบบี กิบบ์” ก็วิ่งจบฟูล บอสตันมาราธอน 1966 แต่ตอนนั้น กิบบ์ ไม่ได้สมัครแข่งเป็นทางการ

ทั้ง กิบบ์ และ สวิตเซอร์ เป็นพลังขับเคลื่อนให้วงการวิ่งพลิกโฉม

หมายเลขวิ่ง 261 ของ สวิตเซอร์ กลายเป็นแรงบันดาลใจของวงการกีฬาหญิง

ปี 1972 บอสตัน มาราธอน เปิดรับนักวิ่งหญิงอย่างเป็นทางการ

ส่วน สวิตเซอร์ นั้น ในอีก 3 ปีต่อมา เธอพัฒนาการวิ่ง ได้รองแชมป์บอสตันมาราธอน เวลา 2.51.37 ชั่วโมง

ปี 1977 เธอก่อตั้งการแข่งขัน “Avon International Running Circuit” ซีรีส์การแข่งขันวิ่งสำหรับผู้หญิงระดับนานาชาติ

นำมาสู่การบรรจุมาราธอนหญิงเป็นครั้งแรกในกีฬาโอลิมปิกในปี 1984 ที่ลอสแอนเจลิส

จนถึงวันนี้ การวิ่งมาราธอนของผู้หญิงเป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยล่าสุดสถิติโลก คือ 2.09.56 ชั่วโมง ของ รูธ เชปเกติช ชาวเคนยา ทำไว้เมื่อ 13 ต.ค. ปีที่แล้ว

การลงวิ่งมาราธอนหญิง แพร่หลายเป็นที่นิยมอย่างมาก

จนเราอาจนึกภาพไม่ออกว่า ครั้งหนึ่ง การวิ่งมาราธอนของผู้หญิง ไม่ได้เป็นที่ยอมรับในสังคม.