เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา บริเวณหน้าหอพักในซอยบางสาย หมู่ 9 ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา เต็มไปด้วยความโกลาหล เมื่อแรงงานชาวกัมพูชากว่า 200 คน นำรถจักรยานยนต์ออกมาขายให้กับคนไทยในราคาเริ่มต้นเพียง 4,000-7,000 บาท ผู้ที่ทราบข่าว ทั้งชาวบ้านและเจ้าของเต็นท์รถมือสอง ต่างพากันแห่มาเลือกซื้ออย่างคึกคัก ทำให้รถส่วนใหญ่ถูกจับจองไปอย่างรวดเร็ว

เช้าวันนี้ (26 กรกฎาคม 2568) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าบริเวณหอพักที่มีแรงงานต่างด้าวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เริ่มมีการขนข้าวของ เสื้อผ้า และเครื่องใช้ต่างๆ ออกมากองรวมกัน เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศกัมพูชา นอกจากรถจักรยานยนต์แล้ว ยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่แรงงานไม่สามารถขนกลับไปได้ ถูกนำมาวางขายในราคาถูก เช่น ตู้เย็นราคา 2,000 บาท และรถจักรยานคันละ 500 บาท ผู้สื่อข่าวพบ แรงงานกัมพูชาคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ซูเมอร์เอ็กซ์ พร้อมสมุดคู่มือถูกต้อง มาจอดขายในราคาเพียง 4,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าต้องการเงินก้อนสุดท้ายกลับบ้านเกิด บรรยากาศโดยรอบเริ่มมีรถตู้จอดรอรับชาวกัมพูชาที่ทยอยเดินทางกลับ

นายปรมะ แป้นศิริ อายุ 30 ปี ชาวบ้านที่ทราบข่าว เปิดเผยว่า ตนเองมารับซื้อรถจักรยานยนต์จากแรงงานกัมพูชาอีกครั้ง หลังจากเมื่อวานได้ซื้อไปแล้วบางส่วนจากเต็นท์รถในราคา 4,000-5,000 บาท พร้อมเอกสารครบถ้วน วันนี้แม้รถจะเริ่มเหลือน้อยลง แต่ก็ยังมีแรงงานจากหอพักอื่นที่ทราบข่าว ขี่รถมาขายอยู่บ้าง

ด้านนายริน ซอ อายุ 37 ปี แรงงานชาวกัมพูชาที่เพิ่งมาทำงานในไทยได้เพียง 3-4 เดือน เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งจะซื้อรถจักรยานยนต์ด้วยเงินสด แต่จำเป็นต้องขายทิ้งเพราะไม่สามารถนำกลับประเทศได้ ความกังวลเรื่องความปลอดภัย ทำให้เขาตัดสินใจกลับบ้าน แม้จะยังไม่รู้ว่ากลับไปแล้วจะประกอบอาชีพอะไร แต่ก็หวังว่าหากสถานการณ์ดีขึ้น จะได้กลับมาทำงานที่ประเทศไทยอีกครั้ง

ขณะที่นายพิสา อายุ 39 ปี เล่าว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงปะทะกัน พ่อแม่ที่บ้านเกิดได้โทรศัพท์มาขอให้พาภรรยาและลูกๆ ที่มาทำงานในไทยกลับบ้าน เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นแค่ไหน ตนเองได้ขายรถจักรยานยนต์และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ไปหมดตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อนำเงินก้อนสุดท้ายกลับบ้าน แม้จะยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถเดินทางออกไปถึงชายแดนได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ตนและเพื่อนร่วมชาติ ก็ขอเดินทางไปก่อน ส่วนทางโรงงานที่ทำงานอยู่ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ และอนุญาตให้แรงงานชาวกัมพูชาลาออกได้

การจากไปของแรงงานเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบจากความไม่มั่นคงในภูมิภาค ที่บีบให้ผู้คนต้องละทิ้งชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อกลับสู่บ้านเกิดด้วยความหวังและความไม่แน่นอนในเวลาเดียวกัน