เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข สธ.ว่า จากการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ที่จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 14 ราย บาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บปานกลาง 13 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย ขณะที่ ข้อมูลกลุ่มเปราะบางในศูนย์พักพิงชั่วคราว แบ่งเป็น ผู้พิการ 808 ราย ผู้สูงอายุ  20,807 ราย ผู้ป่วยติดเตียง 671 ราย หญิงตั้งครรภ์ 246 ราย ผู้ป่วยฟอกไต 175 ราย และผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรัง 370 ราย ทั้งนี้จากการตรวจคัดกรองจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ 11,016 คน พบว่า เครียดสูง 60 ราย และเสี่ยงฆ่าตัวตาย 46 ราย

ส่วนการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ 7 จังหวัด โดยในส่วนของ จ.สระแก้ว จันทบุรี และตราด มีการป้องกัน โดยการอพยพผู้ป่วย ส่วนพื้นที่ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ ต้องปรับการดูแล อย่าง จ.ศรีสะเกษ ต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์เพิ่มเติม ซึ่ง สธ.มีรถเคลื่อนที่ในการให้บริการดูแลรักษาประชาชน ซึ่งปรับมาจาก จ.บุรีรัมย์ เข้ามาช่วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีความพร้อมในการดูแลประชาชน ส่วนศูนย์พักพิง แม้จะมีผู้อพยพมากขึ้น แต่ก็ไม่มีปัญหา โดยในเรื่องสุขอนามัย น้ำสะอาด มีกรมอนามัยจัดทีม SEhRT ไปดูแล ภาพรวมทีมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ณ ขณะนี้มี 600 กว่าทีมในการดูแลประชาชนทั้งหมด

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้รับผลกระทบทั้งหมด 19 แห่ง โดยปิดบางส่วน 7 แห่ง ปิดทั้งหมด 12 แห่ง อย่างไรก็ตาม มีเสียหายมาก 3 แห่งอาจต้องสร้างใหม่ สำหรับค่าก่อสร้าง ยังประเมินไม่ได้  แต่ค่าใช้จ่ายที่ผ่านมาหลักร้อยล้านต้นๆ โดยสถานพยาบาลที่เสียหายในส่วน จ.ศรีสะเกษ มีรพ.สต. 3 แห่งใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ

ส่วน จ.สุรินทร์ มี รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มี 5 อาคารได้รับความเสียหาย รวมมูลค่าความเสียหาย 3.35 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. อาคารภูมิพัฒน์ เสียหายครึ่งอาคาร ราคาประเมิน 1,500,000-2,000,000 บาท 2. อาคารขวัญภูมินทร์ เสียหายบางส่วน ราคาประเมิน 300,000-500,000 บาท 3. อาคารหลวงตารอด เสียหายบางส่วน ราคาประเมิน 300,000-500,000 บาท  4. หลังคาอาคารออกกำลังกาย เสียหายบางส่วน ประเมินราคา 150,000 บาท 5. ห้องคลอด เสียหายบางส่วน ราคาประเมิน 200,000 บาท อาคารอื่นๆ เข้าสำรวจไม่ได้

“วันนี้รัฐบาลเริ่มมีการเจรจากันกับกัมพูชา ที่ประเทศมาเลเซีย เพราะท่านอันวาร์ เป็นประธานอาเซียน จึงมาช่วยในการเจรจา ผลพวงมาจากประธานาธิบดีทรัมป์ ในส่วน สธ. มีการเตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูล ความเสียหายต่างๆ ต้องรวบรวมข้อมูล เพื่อบริหารจัดการด้านงบประมาณ เพราะมีความจำเป็นเพื่อประชาชนไม่ถูกทิ้งขว้าง ได้รับบริการเช่นเดิม ส่วนเรื่องยา การรับยาบางโรคครั้งละ 7 วันก็ต้องเพิ่มเป็น 2-3 เท่า อยู่ที่แพทย์พิจารณาตามความเหมาะสม” นายสมศักดิ์ กล่าว.