หลังจากเกิดการยิงปะทะในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ก่อนจะมีการเจรจาให้หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ในช่วงหลังเที่ยงคืนวันที่ 28 ก.ค. 68 หลังจากนั้นนัดประชุมกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย พรุ่งนี้เช้า 07.00 น. และนัดประชุม GBC วันที่ 4 ส.ค. นี้ โดยกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ

Malaysia’s Prime Minister Anwar Ibrahim (C), Cambodia’s Prime Minister Hun Manet (L) and Thailand’s acting Prime Minister Phumtham Wechayachai (R) pose for photos as they shake hands following a press conference after talks on a possible ceasefire between Thailand and Cambodia in Putrajaya on July 28, 2025. Thailand and Cambodia began discussing a ceasefire in their festering border dispute on July 28, as the deadly skirmish dragged into a fifth day. (Photo by MOHD RASFAN / POOL / AFP)

ขณะที่ การเลือกตั้งจัดวันที่ 10 ส.ค. แต่อาจต้องพิจารณาสถานการณ์ว่า จะเลื่อนหรือไม่ เนื่องจากพรรคการเมืองโอดครวญว่า ไปแจกของช่วยประชาชนไม่ได้เพราะกลัวผิดกฎหมายเลือกตั้ง

แหล่งข่าวจาก กกต. กล่าวว่า กกต.ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด มีการรับฟังความเห็นจากพื้นที่  ทั้งนี้ จะมีการเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม กกต.ในวันที่ 29 ก.ค.นี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ และพิจารณาว่า จะเลื่อนการเลือกตั้ง สส.ศรีสะเกษ เขต 5 ออกไปก่อนหรือไม่ ข้อสรุปรายละเอียดต้องรอหลังประชุม

การเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ จะเลือกในวันที่ 10 ส.ค. เป็นการแข่งขันระหว่าง น.ส.ภูริกา สมหมาย จากพรรคเพื่อไทย กับ น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นที่น่าสนใจเนื่องจากจะเป็นการชิงเก้าอี้ สส.หลังจากพรรคภูมิใจไทยแตกหักกับพรรคเพื่อไทยเรื่องชิงเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ถอนตัวออกมาเป็นฝ่ายค้าน

ทั้ง สส. สว.ก็เป็นห่วงเรื่องนี้ ซึ่งหวังจะพูดคุยหลังไทย-กัมพูชาเจรจาหยุดยิง  กมธ.การต่างประเทศ  ที่มี น.ส.สัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นัดประชุม วันที่ 31 ก.ค.  เพื่อพิจารณาศึกษาสถานการณ์ความรุนแรงและความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูล ดังนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  สุรินทร์  อุบลราชธานี และ ผู้อำนวยการกองความมั่นคงกิจการชายแดนและประเทศรอบบ้าน สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 

2.กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธาน กมธ. นัดพิจารณาวันที่ 31 ก.ค. กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลไกการพูดคุย เจบีซี โดยเรียกบุคคล อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ  พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ประธาน กสทช. เลขาฯ สมช. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในขณะที่การประชุมวุฒิสภา “บิ๊กหมง” มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวันที่ 29 ก.ค. โดยมีวาระพิจารณาที่เกี่ยวเนื่องคือ การพิจารณาญัตติที่เสนอโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. ประธาน กมธ.การทหารและความมั่นคง วุฒิสภา  เสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบ การแก้ปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศไทยแบบบูรณาการ  พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ผู้เสนอ โดยเจ้าตัวจะขอเสนอญัตติให้วุฒิสภาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  

“เพื่อให้วุฒิสภาในฐานะองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีบทบาทในการตรวจสอบ เสนอแนะและให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล ได้ร่วมกันแสดงความห่วงใย ส่งขวัญกำลังใจกับประชาชนและทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และเสนอแนะแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหา  จึงขอเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ 40(1) ให้ที่ประชุมวุฒิสภาปรึกษาปัญหานี้เป็นเรื่องด่วน และมีมติส่งข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะไปยัง ครม.ต่อไป”

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แสดงจุดยืนชัดเจนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างถึงที่สุด โดยย้ำว่าควรยึดแผนที่มาตราส่วน 1 : 50,000 ซึ่งมีความชัดเจนกว่าแผนที่ที่กัมพูชาใช้ พร้อมเสนอให้ยกเลิก MOU ฉบับที่ 43 และ 44 ซึ่งไม่เอื้อต่อไทย ซึ่งพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น ปราสาทเขาพระวิหาร ปราสาทตาเมือนธม และแนวชายแดนเสียมราฐ–พระตะบอง มีหลักฐานทางภูมิศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเคยอยู่ในเขตแดนไทย จึงต้องปกป้องด้วยจุดยืนที่หนักแน่น ไม่ประนีประนอมในเรื่องอธิปไตย

รู้สึกกังวลต่อท่าทีของรัฐบาลในการเจรจาการค้ากับสหรัฐ โดยเฉพาะกรณีลดภาษีนำเข้า ซึ่งไม่ควรถูกใช้เป็นเงื่อนไขในช่วงที่ประเทศเผชิญแรงกดดันด้านเขตแดน ขอให้เลื่อนเส้นตายการเจรจาทางการค้าออกไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยให้ความสำคัญกับอธิปไตยเหนือผลประโยชน์ระยะสั้น 

อนึ่ง MOU44 คือการเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกันระหว่างไทย–กัมพูชา ซึ่งจะเป็นแหล่งพลังงานฟอสซิลที่มีมูลค่ามหาศาลนับล้านล้านบาท  และเคยมีการให้ข่าวว่า ต้องเจรจาให้เสร็จในช่วง 10 ปีนี้ ก่อนที่การใช้พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก จะมาแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งการกระตุ้นให้เจรจา MOU44 มีมาตั้งแต่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน แต่รัฐบาลก็ประวิงเวลาไปเรื่อย ส่วน MOU43 คือการอ้างสิทธิเส้นเขตแดน จุดที่มีการปะทะอยู่ขณะนี้.