เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศึกษาธิการ และนายเทวัญ ลิปตภัลลภ รมช.ศึกษาธิการ ได้มีนโยบายให้กระทรวงศึกษา (ศธ.) ส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย และวิชาหน้าที่พลเมืองให้กับนักเรียน นักศึกษา เพื่อให้รู้จักรากเหง้าความเป็นไทย รักและหวงแหนในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ นั้น ขณะนี้ สลช.อยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรมการอบรมลูกเสือในสถานศึกษา ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวได้กำหนดให้มีการดำเนินการใน 3 ลักษณะ คือ ลูกเสือต้องมี ลูกเสือควรมี และลูกเสืออยากมี โดยในส่วนของลูกเสือควรมีนั้น ได้กำหนดให้ลูกเสือจะต้องเป็นผู้ที่รักในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงหน้าที่พลเมือง ความกตัญญูกตเวที และการเคารพผู้ใหญ่ เป็นต้น ต่าง ๆ เหล่านี้ คือสิ่งที่เราใส่ไว้ในโปรแกรมการฝึกอบรมลูกเสือในสถานศึกษา และขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองนำร่องใช้โปรแกรมดังกล่าวใน 400 โรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งนี้จะมีการประมวลผลการนำร่องใช้โปรแกรมการฝึกอบรมดังกล่าวภายในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินเดือน พ.ย.2568 จากนั้นจะมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการได้ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ต่อไป
“เบื้องต้นการนำร่องทดลองใช้โปรแกรมการฝึกอบรมลูกเสือในสถานศึกษา ได้รับเสียงตอบรับจากครู ผู้บริหารสถานศึกษา รวมไปถึงลูกเสือเป็นอย่างมาก ซึ่งการได้รับเสียงตอบรับดีดังกล่าวน่าจะเพราะ สลช.ได้เปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นและนำเสนอสิ่งที่อยากจะฝึกอบรมจริง ๆ โดยในส่วนของลูกเสืออยากมี จะประกอบด้วยทักษะต่าง ๆ ที่หลากหลายซึ่งเด็ก ๆ อยากเรียนรู้อาทิ เรื่องของลูกเสือ Coding , ลูกเสือ E-sportsหรือ การทำ CPR เป็นต้น ส่วนเรื่องประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมืองที่ได้นำมาไว้ในโปรแกรมการฝึกอบรมฯก็จะมีรูปแบบที่สนุกสนาน ไม่ทำให้เด็กรู้สึกเบื่อ ไม่เน้นท่องจำ ซึ่งผมมองโปรแกรมการฝึกอบรมลูกเสือในสถานศึกษานี้จะตอบสนอนโยบายของ รมว.ศธ.ได้เป็นอย่างดี” เลขาธิการ สลช. กล่าว.



