เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรุ่งนี้วันที่ 30 ก.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ถนนราชดำเนินใน ศาลนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงการบังคับโทษคดีถึงที่สุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ การนัดไต่สวนวันพรุ่งนี้เป็นไปตามกำหนดนัดของศาลฎีกา อม. เดิม เพียงแต่ศาลไม่ได้ออกหมายเรียกผู้ใดมาเป็นพยาน แต่ออกภายหลังการไต่สวนวันที่ 18 ก.ค. ศาลอนุญาตให้จำเลยนำศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าไต่สวนในวันที่ 30 ก.ค.นี้ แต่จะเป็นการไต่สวนในประเด็นใดนั้นยังไม่มีการเปิดเผย แต่ตามหลักแล้วเมื่อศาลไต่สวนพยานครบทุกปาก ศาลจะนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาต่อ ซึ่งพรุ่งนี้ทางผู้สื่อข่าวจะเข้าฟังและติดตามการไต่สวนนัดสุดท้ายนี้ก่อนจะมานำเสนอข่าวต่อประชาชนทุกคนได้ทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางศาลฎีกา อม. ได้ไต่สวนพยานไปแล้ว 6 นัดรวม 30 ปาก ประกอบด้วย พยานวันที่ 13 มิ.ย. ได้ไต่สวน นายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนปัจจุบัน เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในขั้นตอนของการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำ

ต่อมาวันที่ 4 ก.ค. เป็นการไต่สวนพยานเป็นกลุ่มแพทย์ พยาบาล ทั้งในสถานพยาบาลในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ, ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จำนวน 5 ปาก

วันที่ 8 ก.ค. ศาลฎีกา อม. นัดไต่สวน พัศดีเวร รองพัศดีเวร กลุ่มเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ที่พานายทักษิณจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปที่ รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ควบคุม เฝ้าหน้าห้องผู้ป่วย ทั้งหมด 9 ปาก

วันที่ 15 ก.ค. ไต่สวนผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อดีต ผอ.ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และคนปัจจุบัน ทั้งหมด 6 ปาก

วันที่ 18 ก.ค. กลุ่มแพทย์ รพ.ตำรวจ อาทิ แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ, อดีตแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ, แพทย์เวรรับตัวนายทักษิณ, แพทย์ผู้ทำการรักษา ทั้งหมด 6 ปาก

วันที่ 25 ก.ค. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทางแพทยสภา 3 ปาก อย่างไรก็ตามสำหรับการไต่สวนในพรุ่งนี้ ศาลยังอนุญาตให้ผู้ที่สนใจรวมทั้งสื่อมวลชนเข้ารับฟัง แต่ไม่อนุญาตให้จดบันทึกคำเบิกความของพยานบุคคลและพยานเอกสาร โดยให้ฟังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และห้ามนำรายละเอียดไปโฆษณาคำเบิกความพยานบุคคลและพยานเอกสารที่ศาลไต่สวน เนื่องจากจะกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคล กำชับให้ทำตามอย่างเคร่งครัด