เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 29 ก.ค. 68 ที่บริเวณหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีส่งมอบของบริจาคช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล บริจาคสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในเบื้องต้น โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ สส.พรรคกล้าธรรม อาทิ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรี นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สส.บัญชีรายชื่อ นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส.บัญชีรายชื่อ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ สส.นครศรีธรรมราช นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้ง War Room ติดตามและแก้ไขสถานการณ์ด้านการเกษตร ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อติดตามสถานการณ์ ประเมินผลกระทบ วางแผนเสนอแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมทั้งในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล ร่วมกันบริจาคสิ่งของ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น เป็นต้น เพื่อนำไปส่งมอบให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทางด้านการเกษตร โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ได้เร่งสำรวจข้อมูล และเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ และเป็นไปตามระเบียบ กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนทุกคนปลอดภัย ติดตามประกาศจากหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือ และป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งขอเป็นกำลังใจและห่วงใยทหารแนวหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย” รมว.เกษตรฯ กล่าว



ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่ไปให้กำลังใจพี่น้องประชาชนบริเวณศูนย์อพยพ และ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ใช้โรงเรียนในพื้นที่เป็นศูนย์อพยพ ในฐานะเป็นคนไทยด้วยกัน สิ่งสำคัญตอนนี้คือ กำลังใจและปัจจัย 4 เพราะประชาชน และทหารได้รับผลกระทบอย่างมาก จึงเป็นที่มาที่ทำให้ 2 พรรคการเมือง รวบรวมปัจจัยนำส่งน้ำใจของคนไทยรวมไปถึงเกษตรกรบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังเดือดร้อน เช่นเดียวกับพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ จังหวัดในภาคเหนือ เราคนไทยจะไม่ทอดทิ้งกัน อะไรที่สามารถช่วยเหลือ และส่งต่อน้ำใจไปได้ เราพร้อมที่จะทำ วันนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องภาคเอกชนที่ร่วมกับมูลนิธิธรรมนัสฯ ในการส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคลงไปที่ศูนย์อพยพ.



