กลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤตขยะล้นเมืองและสิ่งแวดล้อม ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เดินหน้าแคมเปญ ‘Love the Earth : Zero Waste รักโลกต้องเริ่มเลย’ ภายใต้ ‘โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร’ เพื่อลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด พร้อมประกาศความเป็นผู้นำองค์กรค้าปลีกที่มีระบบจัดการขยะครบวงจร และผลักดันภาคธุรกิจเข้าสู่แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน
โครงการดังกล่าว ได้มีการนำร่องที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเน้นการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง การสร้างศูนย์คัดแยกขยะมาตรฐานสากล และการร่วมมือกับหน่วยงานจัดการขยะเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดยในเฟสแรกมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 200 ร้านค้า ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ และกลุ่มเซ็นทรัลได้มอบตราสัญลักษณ์ ‘Love the Earth: Zero Waste’ เพื่อเชิดชูร้านค้าที่ปฏิบัติตามแนวทางของโครงการอย่างจริงจัง ซึ่งมีแผนจะขยายโครงการสู่ศูนย์การค้าทั่วประเทศในเฟสถัดไป

‘พิชัย จิราธิวัฒน์’ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทั่วไป การแยกขยะอย่างถูกวิธีถือเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางไปสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ที่ได้วางไว้ หากทุกคนเห็นคุณค่าของการจัดการขยะอย่างถูกต้องและเข้ามามีส่วนร่วมในแคมเปญ ‘Love The Earth: Zero Waste’ รักโลกต้องเริ่มเลย จะเป็นการสร้างกระแสการเปลี่ยนแปลงที่แผ่ขยายไปสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม
พร้อมเสริมว่า “ในฐานะโมเดลต้นแบบ เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับร้านค้าทุกร้านในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ รีเทล จำกัด, บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด และพันธมิตรอื่นๆ ที่ไม่เพียงยกระดับวิธีการทำงาน แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักให้กับลูกค้า การที่ทุกคนมีจิตสำนึกร่วมกันลงมือทำนี้จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ”
การดำเนินงานภายใต้โมเดล Zero Waste
โมเดล Zero Waste มุ่งลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ลด, แยก และจัดการ


1. การลดขยะ (Reduce) ที่มุ่งเน้นการปฏิเสธการรับสิ่งของที่ไม่จำเป็นหรือก่อให้เกิดขยะ และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตัวอย่างโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการ Say No To Plastic Bags: ตั้งแต่ปี 2561 กลุ่มเซ็นทรัลได้รณรงค์ให้ลูกค้าปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติก โดยในปี 2567 โครงการนี้ได้รับการตอบรับจากสมาชิกกว่า 3 ล้านราย คิดเป็นการปฏิเสธถุงพลาสติก 12 ล้านครั้ง, CRG Say No to Plastic: บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ได้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100% ในธุรกิจอาหาร ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้รวม 16.5 ล้านชิ้น, โครงการจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food): กลุ่มธุรกิจอาหารของเซ็นทรัลร่วมมือกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) และมูลนิธิ วีวี แชร์ (VV Share Foundation) จัดส่งอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพให้แก่ชุมชนขาดแคลนและกลุ่มเปราะบางกว่า 807 ชุมชน ลดปริมาณขยะอาหารได้กว่า 568 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,438 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และไทวัสดุ ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ในการขนส่ง: ศูนย์กระจายสินค้าไทวัสดุได้พัฒนาตาข่ายสำหรับคลุมสินค้าและ Extra Roll Cage เพื่อลดการใช้ฟิล์มห่อหุ้มพลาสติกและลดการใช้พาเลท ซึ่งช่วยลดการใช้ฟิล์มห่อหุ้มได้ 10.54 ตัน และประหยัดค่าขนส่ง 20.4 ล้านบาทต่อปี
2. การแยกขยะ (Separate) ที่ส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ ตัวอย่างโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการขวดเปล่าไม่สูญเปล่า ผ่านตู้ Better Bottle: โครงการนี้รณรงค์การบริจาคขวดพลาสติก PET เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ชุด PPE ผ้าห่ม และเสื้อกันหนาว เพื่อมอบให้กับผู้ประสบภัย, ปลา P.O.P. ‘Plastic Only Please!’: โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา 28 แห่ง ได้จัดสร้างรูปปั้นปลา P.O.P. เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการแยกขยะพลาสติก โดยในปี 2567 มีขยะพลาสติกรวม 743.62 กิโลกรัม ถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และกิจกรรม ทิ้งดี โร้ดโชว์ กับ Recycle Day: เป็นกิจกรรมรณรงค์และสร้างพฤติกรรมการคัดแยกขยะจากบ้าน โดยมีพนักงานจากอาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิศเซสเข้าร่วมกิจกรรมต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งมีการรับขยะรีไซเคิลทั้งสิ้น 7,633.98 กิโลกรัม เทียบเท่าการลดก๊าซเรือนกระจก 27,055.33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า



3. การจัดการขยะอย่างถูกวิธี (Manage) ที่มีการรวบรวมขยะที่แยกประเภทแล้วในห้องพักขยะ เพื่อให้หน่วยงานผู้เชี่ยวชาญนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงห้องพักขยะ: ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้ยกระดับห้องพักขยะให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการขยะ เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม, Recycle Station ณ ชั้น B1 เซ็นทรัลเวิลด์: เป็นจุดรับขยะแยกประเภทแบบไดรฟ์ทรู โดยร่วมมือกับพันธมิตร เช่น บริษัท Recycle Day เพื่อส่งต่อขยะสู่ปลายทางที่เหมาะสม และได้ขยายจุดบริการนี้ไปแล้ว 10 สาขา โดยในปี 2567 มีการคัดแยกขยะรีไซเคิลรวม 801.31 ตัน, กิจกรรมขยะกำพร้าสัญจร: กลุ่มเซ็นทรัลร่วมมือกับ N15 Technology ตั้งจุดรับขยะกำพร้า หรือขยะเชื้อเพลิง (RDF) โดยในปี 2567 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ได้รับขยะทั้งสิ้น 11,850 กิโลกรัม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชาได้รับขยะรวม 5,490 กิโลกรัม และผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์: บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งเครื่องย่อยขยะอาหารเพื่อเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นก๊าซชีวภาพ นำพลังงานที่ได้ไปใช้ในห้องครัวของพนักงาน โดยปัจจุบันติดตั้งแล้ว 3 โรงแรม สามารถผลิตก๊าซชีวภาพรวม 7,820.87 กิโลวัตต์ชั่วโมง และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 3,024 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
จากผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ในปี 2024 ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลสามารถลดการสร้างขยะสู่หลุมฝังกลบได้ถึง 43,600 ตัน และยังให้ความรู้ รวมถึงขยายโมเดลส่งเสริมการคัดแยกขยะไปสู่ 190 ชุมชนภายใต้โครงการ ‘เซ็นทรัล ทำ’ กลุ่มเซ็นทรัลตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบให้เหลือ 30% ภายในปี 2573 และก้าวสู่การเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2593
“เราเชื่อว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับโลกใบนี้” พิชัย กล่าวทิ้งท้าย



