เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่กรมควบคุมโรค พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค แถลงข่าวโรคและภัยสุขภาพ ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สายพันธุ์หลักที่พบคือ NB.1.8.1 แต่ก็มีสัดส่วนลดลง ส่วนโรคไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยมีแนวโน้มคงที่แต่ยังสูงกว่าปี 2567 สายพันธุ์ที่พบมากคือ A/H1N1 ส่วนใหญ่พบการระบาดในโรงเรียน เรือนจำ ค่ายทหาร ส่วนโรคไวรัส RSV ซึ่งขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงของการระบาดของไวรัสตัวนี้ ขณะนี้พบผู้ป่วย 1,556 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและมีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้น โดยกลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดคือ 0-4 ปี ปัจจุบันโรคนี้รักษาตามอาการ

ส่วนไข้เลือดออกปีนี้ช่วงพีคของโรคคือเดือน ก.ค.-ส.ค. ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสมแล้ว 30,792 ราย ส่วนใหญ่เป็นวัยเรียน แต่อัตราป่วยและเสียชีวิตมากที่สุด กลับเป็นวัย 45 ปีขึ้นไป ทั้งนี้เริ่มพบผู้ป่วยมากขึ้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน คือศรีสะเกษ ทั้งนี้ เราตั้งเป้าในการควบคุมโรคในปีนี้ไม่ให้มีการป่วยมากกว่า 7 หมื่นราย ส่วนโรคไข้หวัดนก ทั่วโลกมีผู้ป่วยไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 จำนวน 986 ราย เสียชีวิต 473 ราย อัตราป่วยตายอยู่ที่ 48% สำหรับกัมพูชาป่วยสะสม 13 ราย เสียชีวิต 6 ราย เป็นสายพันธุ์รุนแรง

ผู้สื่อข่าวถามถึง การควบคุมโรคติดต่อในศูนย์พักพิง ที่มีผลกระทบจากเหตุรุนแรงชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้หน่วยงานในพื้นที่ โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 9 และ 10 ได้เข้าไปดูแลอยู่แล้ว จากรายงานเบื้องต้นโรคที่เกิดขึ้นในศูนย์พักพิงส่วนใหญ่จะเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ ซึ่งได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่  เป็นหลัก ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ส่งวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ลงพื้นที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีโรคทางเดินอาหาร ซึ่งก็จะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านอาหารของประชาชนในศูนย์พักพิง ปรุงอาหารที่สุก ร้อนแจกให้กับประชาชน และเน้นย้ำเรื่องการล้างมือบ่อยๆ ให้กับทุกคนในศูนย์พักพิงด้วย  โดยจัดส่งเจลแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัยให้ป้องกันตัว อย่างไรก็ตามหากพบผู้ป่วยในศูนย์พักพิง โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุ ก็จะมีการแยกตัวผู้ป่วยออกมาและรีบนำส่งมาดูแลในโรงพยาบาล

เมื่อถามถึง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของโรคไข้เลือดออก และตอนนี้มีการอพยพประชาชนไปรวมกัน ดังนั้นมีการป้องกัน ดูแลอย่างไรบ้าง พญ.จุไร กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้มีการจัดส่งยาทากันยุง เพื่อแจกให้กับประชาชนในศูนย์พักพิง ทั้งดูแลเรื่องการทำความสะอาดที่พัก การกำจัดขยะ และดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆ  ก็มั่นใจว่าสามารถดูแลจัดการควบคุมเรื่องไข้เลือดออกใน จ.ศรีสะเกษ โดยเฉพาะในศูนย์พักพิงได้.