เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่กรมควบคุมโรค พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค แถลงข่าวโรคและภัยสุขภาพ ตอนหนึ่งว่า ในส่วนของโรคไข้หวัดนก ในคนและสัตว์ ยังพบรายงานเป็นระยะๆ ทั่วโลก ตั้งแต่มีการรายงานตั้งแต่ปี 2546 มีผู้ป่วยสะสม 900 กว่าราย ตาย 473 ราย อัตราป่วยตาย 48% หลังปี 2559 ก็ไม่พบผู้ติดเชื้อ ก่อนจะเริ่มพบอีกครั้งปี 2566 จริง ความเสี่ยงการระบาด และมีโอกาสเข้าสู่คน คือสายพันธุ์ H5N1 ส่วนความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดในไทยนั้น ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แต่เนื่องจากขณะนี้พบรายงานผู้ป่วยไข้หวัดนกต่อเนื่องในประเทศอื่น รวมถึงเพื่อนบ้านของประเทศไทย เราจึงต้องมีระบบบการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยความร่วมมือกันระหว่างกรมควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว

เฉพาะในส่วนของกัมพูชานั้น ปี 2566-2568 มีผู้ป่วยสะสม 26 ราย เสียชีวิต 11 ราย และเฉพาะปีปัจจุบันมีผู้ป่วย 13 ราย รายล่าสุด พบเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2568 ส่วนเสียชีวิตพบ 6 ราย อัตราการป่วยเสียชีวิต 46.15% ทั้งหมดมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีก โดยเชื้อที่ระบาดคือสายพันธุ์ที่พบในเวียดนามและลาว ที่เป็นสายพันธุ์ที่ก่อความรุนแรง คือ สายพันธุ์ย่อย Clade 2.3.2.1e โดยจังหวัดที่มีการรายงานพบผู้ป่วยเป็นสีเข้มคือเสียมราฐ พบรายงานป่วย 4 ราย ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้ไทย นอกนั้นเป็นพื้นที่ใกล้เวียดนาม จึงเป็นเหตุที่เราต้องเฝ้าระวังตรงนี้อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ปีก สุกร หรือโคนมป่วยตายผิดปกติ หากมีการสัมผัสควรสวมหน้ากากอนามัย สวมถุงมือ และล้างมือให้สะอาด รับประทานอาหารปรุงสุก เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก สุกร โคนม หากพบสัตว์ป่วยตายจำนวนมาก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ไม่ควรนำไปประกอบอาหาร ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของไข้หวัดนก ขอให้ตรวจสอบข้อมูล หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเดินทาง  

เมื่อถามถึงกรณีมีการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และชาวกัมพูชาที่อพยพออกจากพื้นที่นั้นมีการหอบสัตว์ปีกไปด้วยจำนวนมาก มีการประเมินเรื่องการระบาดของไข้หวัดนกอย่างไรหรือไม่ ว่า การสู้รบที่เกิดขึ้น แล้วตอนนี้ทางแรงงานกัมพูชาในไทย ได้เดินทางกลับประเทศกัมพูชา ขณะเดียวกันก็ไม่มีการเดินทางจากกัมพูชามาประเทศไทย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการนำโรคเข้าสู่ประเทศไทยได้ ส่วนการแพร่ระบาดในกัมพูชาเองนั้น อาจจะมีความเป็นไปได้ เพราะว่า จากพื้นที่การระบาดในกัมพูชา ตามรายงานแผนที่ก็จะเห็นว่า พื้นที่เสียมราฐมีการระบาดของไข้หวัดนกอยู่ ที่เหลือก็เป็นพื้นที่ใกล้กับเวียดนาม ดังนั้นหากกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายสัตว์ในประเทศของเขา ก็อาจจะทำให้มีการระบาดไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีความพยายามในการเจรจาหยุดยิงกันอยู่ ดังนั้นหากอนาคตมีการเคลื่อนย้ายแรงงานของ 2 ประเทศอีก ทางไทยจะต้องมีการเตรียมการป้องกันอย่างไรหรือไม่ พญ.จุไร กล่าวว่า จริงๆ ระบบของเรามีอยู่แล้ว เรารู้ว่า ประเทศกัมพูชามีไข้หวัดนกอยู่ ถ้าทุกอย่างกลับมาติดต่อกัน เปิดด่านกัน มาตรการคัดกรองของเราก็เป็นแบบเดิม คือการคัดกรองก่อนเข้าประเทศ ซึ่งบางคนอาจจะมีอาการให้เราเห็นก็ได้ เมื่อคัดกรองได้ ก็ตรวจและมีมาตรการต่อ

เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้อาจจะยังเป็นการติดต่อจากสัตว์สู่คน แต่หากมีการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างกันแล้ว จากนี้จะน่ากังวลแค่ไหน โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่เราต้องเฝ้าระวัง การที่จะแพร่จากสัตว์สู่คน มาเป็นคนสู่คน เชื้อต้องมีการปรับตัว หากสมมุติว่า คนกัมพูชาเขากลับไปแล้วป่วยไข้หวัดใหญ่ ในพื้นที่เขาก็มีไข้หวัดนกด้วย ก็อาจจะมีการผสมพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่จากคนสู่คนได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ต้องมีการรายงานเข้าระบบตามกฎอนามัยระหว่างประเทศอยู่แล้ว และเตือนทั่วโลก หากเป็นเช่นนั้นเราก็จะมีการยกระดับมาตรการที่เข้มข้นขึ้น

“ณ ตอนนี้ คนไทยน่าจะกลับมาที่ประเทศไทยหมดแล้ว ดังนั้น หากเกิดก็จะเกิดที่ฝั่งกัมพูชา ที่จะเข้ามาที่เรา สิ่งที่เราต้องเฝ้าระวังคือคนของเรา ว่าถ้าเกิดมีการเปิดการค้ากันใหม่แล้ว หากคนกัมพูชาเข้ามาก็ต้องเฝ้าระวัง เพราะเราก็ไม่รู้ว่า สายพันธุ์ที่กัมพูชาจะปรับเปลี่ยนไปสู่คนสู่คนได้เมื่อไหร่ เพราะสายพันธุ์ก่อโรคนั้นปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ” พญ.จุไร กล่าว

เมื่อถามว่า การเข้าตามระบบอาจจะไม่ต้องกังวลมากนัก แต่ที่ผ่านมามีการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายด้วย ดังนั้นเราต้องย้ำเตือนคนของเราอย่างไรหรือไม่ พญ.จุไร กล่าวว่า เรามีการย้ำเตือนอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็มีการซักซ้อมแผนการรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เราคิดว่าจะปรับมาจากไข้หวัดนก โดยเชิญหน่วยงานตามจังหวัดชายแดนเข้ามาร่วม เป็นการซ้อมระดับเริ่มต้นว่าจะต้องปฏิบัติ รายงานอย่างไร จากนั้น ทางจังหวัดจะมีการซักซ้อมกันอีก ซึ่งจังหวัดตามชายแดนค่อนข้างตื่นตัว รับทราบปัญหาอยู่แล้ว จึงคิดว่าไม่น่ากังวลเพราะพื้นที่เขาดี มีการตื่นตัว ซักซ้อมแผน.