เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 ก.ค. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้เปิดโอกาสให้ สส. ได้หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย หารือถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ว่า ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. จนถึงปัจจุบัน ที่เกิดเหตุรุนแรงการสู้รบในหลายจังหวัด ซึ่งจังหวัดที่โดนรุนแรงมากที่สุดคือ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นเป้าหมาย เพราะมีปราสาทต่างๆ และอันดับ 2 คือ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีหลายมิติ แต่มิติแรกที่จบไปโดยตัวมันเอง ว่าทหารมีไว้ทำไม ถ้าไม่มีทหาร ไม่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย คนสุรินทร์ตายเป็นเบือ ดีไม่ดีรวมตนด้วย เพราะยุทธวิธีในวันนั้นเห็นได้ชัด ก่อนที่จะชะลอการหยุดยิง ซึ่งตนยังไม่เชื่อว่าจะยุติโดยสิ้นเชิง เพราะตนอยู่ในพื้นที่ แต่ทหารเรามีความกล้าหาญ และมียุทธวิธีที่ดี ประคับประคองติดพื้นที่ ไม่ให้พี่น้องเราเดือดร้อนไปมากกว่านี้



“ผมขอแสดงความเสียใจกับ 15 วีรบุรุษ จึงขอฝากทางราชการว่าอะไรที่มอบให้เขาได้ ก็ขอให้มอบไปเถอะ ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยให้กับครอบครัว หรือเพิ่มยศให้กับเขา ให้โอกาสลูกของเขา ผมเกิดมาก็เพิ่งเห็นเที่ยวนี้ว่า F-16 และกริพเพน ไปช่วยเหลือพี่น้องเรา แต่สิ่งที่เกิดกับประชาชนที่ต้องไปอยู่ในศูนย์อพยพ จ.สุรินทร์ มีถึง 4 ศูนย์ใหญ่ๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ที่ศูนย์พักพิงตามโรงเรียนอย่างเดียว ยังมีตามวัดด้วย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขก็ไปดูแลอย่างดี แต่ไม่ได้ดูเรื่องยาอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต เป็นโรคจิตตก โรคซึมเศร้า บางศูนย์ที่ผมไปนั่งเฝ้า ผู้อพยพกินข้าวไม่ลง ต้องกินกาแฟแทนข้าว เพราะคิดถึงบ้าน วัว ควาย” นายครูมานิตย์ กล่าว
นายครูมานิตย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น สิ่งที่อยากฝากคือผู้อพยพจะไปอยู่ที่บ้านญาติ ทำให้มีปัญหาเพิ่มขึ้น ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะยังไม่รู้ว่าผู้อพยพจะอยู่อีกกี่วัน จึงอยากให้ทางราชการช่วยดูแลด้วยงบประมาณที่โอนไป 100 ล้านบาท ให้กับศูนย์ราชการไม่ได้ให้บ้านคน ฉะนั้นอย่างน้อยๆ ค่าไฟฟ้าเดือน ก.ค. นี้ ไม่ต้องเสีย โดยให้กำนันสำรวจแล้วยกยอด มาเอาจากวงเงิน 100 ล้านบาท ที่กระทรวงการคลังอนุมัติ ซึ่ง รมว.คลัง บอกว่าพร้อมที่จะอนุมัติเพิ่มอีก



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังหารือเสร็จสิ้น ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นายวันมูหะมัดนอร์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ตามที่ได้เกิดการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น เป็นเหตุให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ในนามของสภาผู้แทนราษฎร ขอส่งกำลังใจให้กับทหาร เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติน้าที่ และขอแสดงความห่วงใยไปยังผู้ประสบภัยทุกคน รวมทั้งเป็นการแสดงไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต เป็นเวลา 1 นาที.



