นายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์  เปิดเผยในงาน GCNT Expo 2025 ซึ่งเป็นงานรวมพลังภาคธุรกิจ คนรุ่นใหม่ และความร่วมมือข้ามภาคส่วน รวม “ตัวจริงสายยั่งยืน” ระดับแนวหน้าว่า เราเหลือเวลาอีกเพียง 5 ปี ในการบรรลุเป้าหมาย SDGs 2030 ขณะนี้ทั้งโลกบรรลุได้เพียง 18% ของเป้าหมายทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ก็กำลังเข้าใกล้จุดวิกฤต และกำลังเผชิญความท้าทาย ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น และบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนที่แรงงาน  และได้เสนอ 7 Transformations เปลี่ยนผ่านประเทศไทยเพื่อตอกย้ำปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ได้แก่

1. Table อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรมแห่งอนาคต สร้างความมั่นคงทางอาหารให้ประชากรโลก


2. Tourism การขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน


3. Tech เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน ใช้นวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


4. Trade การค้า การบริการ การขนส่ง การเงิน ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจที่เปิดกว้าง เป็นธรรมและทั่วถึง


5. Talent การลงทุนในทุนมนุษย์ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเยาวชน ให้มีทักษะดิจิทัล และมีจิตสำนึกด้านความยั่งยืน


6. Transition การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม สู่เศรษฐกิจสีเขียว ที่พึ่งพาพลังงานสะอาด คาร์บอนต่ำ


7. Trust การสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล-เสริมสร้างความไว้วางใจในระบบเศรษฐกิจและสังคม

นายศุภชัย ยังได้เน้นย้ำประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับ 7Ts โดยเฉพาะ Trust การสร้างความไว้ใจ (Trust) และ
ธรรมาภิบาลในภาคเอกชน ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลด้าน SDGs อย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดทำรายงานด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกที่จะช่วยกระตุ้นให้ภาคเอกชนร่วมกับขับเคลื่อนมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการส่งเสริม Digital ID เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมแบบไร้เงินสด (Cashless Society) และการใช้เทคโนโลยี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Talent หรือ การลงทุนในคน โดยเฉพาะเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง เพราะการพัฒนาคนต้องใช้เวลา แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด  โดยเสนอให้ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น การจัดตั้ง Learning Center ที่นำ SDGs มาผนวกเข้ากับการเรียนรู้ผ่านแนวคิด SDGs Glow ทั้ง 17 ข้อ เพื่อปลูกพลัง Soft Power ให้คนรุ่นใหม่และสังคมไทย

นอกจากนี้นายศุภชัย ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย ของครอบครัวทหารและประชาชนในพื้นที่
ที่ได้รับผลกระทบ และชื่นชมกระทรวงการคลังที่เร่งช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต และเน้นย้ำว่า
เป้าหมายความยั่งยืน SDGs ข้อ 16 ด้านสันติภาพ ความยุติธรรมและสถาบันที่เข้มแข็ง จะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในโลกปัจจุบัน

“เรายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย พลิกทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส ขจัดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น เปลี่ยนผ่านไปสู่โลกที่ยั่งยืน เพื่อส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของเรา”นายศุภชัย กล่าว

ในขณะที่ แซนด้า โอเจียมโบ ผู้อำนวยการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UN Global Compact (UNGC) กล่าวถึงบทบาทของ UNGC ที่มีพันธกิจในการสร้างตลาดโลกที่มีจริยธรรม ครอบคลุม และยืดหยุ่น โดยปัจจุบันมีองค์กรธุรกิจเข้าร่วมแล้วกว่า 20,000 แห่งจาก 160 ประเทศทั่วโลก รวมถึงภาคธุรกิจไทยกว่า 130 องค์กรสมาชิก GCNT ที่ร่วมขับเคลื่อนแนวปฏิบัติด้าน สิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต อย่างต่อเนื่อง   แต่โลกในวันนี้ยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุ SDGs 2030  อย่างไรก็ตาม UNGC ยังคงยืนยันพันธกิจในการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจทั่วโลก เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และครอบคลุมสำหรับทุกคน

“เมื่อธุรกิจรวมพลังกันอย่างเป็นระบบ และสร้างความร่วมมือข้ามภาคส่วน  ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง
เชิงบวกที่จับต้องได้ในระดับโลก” นางแซนด้า กล่าว

นอกจากนี้ภายในงานยังมีบูธของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน )หรือ ซีพีเอฟ ในฐานะสมาชิก GCNT นำแนวทาง Sustainovation ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่ออาหารแห่งอนาคต มาจัดแสดงเป็น 3 มิติ  ได้แก่  TECH : การจัดการระบบอาหารที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล  TOGETHER : สนับสนุนและสร้างเสริมขีดความสามารถของ SME คู่ค้าธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานของซีพีเอฟ และ TOMORROW : นำเสนอศักยภาพของอาหารไทยสู่ระดับสากล ผ่าน “อกไก่กะเพรา” เมนูรสชาติไทยที่ได้เสิร์ฟนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

นางกอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ เป็นวิทยากร หัวข้อ “Pioneers of Purpose: Redefining Global Competitiveness Through Sustainable Food Leadership”  เน้นย้ำถึงความยั่งยืนว่า เป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ ไม่ใช่เพียงเพื่อป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น  แต่ทุกคน ทุกภาคส่วน ต้องตระหนักในการร่วมมือกัน  เพราะการเดินทางไปสู่ความยั่งยืนไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ด้วยตัวเองโดยลำพัง สอดคล้องกับปรัชญาสามประโยชน์ของประธานอาวุโสเครือซีพี ท่านธนินท์ เจียรวนนท์  คือ  เราทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศ ประชาชน ชุมชน  และความสำเร็จขององค์กร ก็จะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศที่เราอยู่ 

นอกจาก “คน” มีความสำคัญมากที่สุดในการที่จะสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นแล้ว ต้องควบคู่ไปกับ  “ต้องรู้จริง”และ DNA แห่งความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้  คือ ต้องมีใจ ด้วย