เมื่อเวลา 14.47 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรงพยาบาลในไทย ปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยชาวกัมพูชา ว่า เรื่องการปฏิเสธการรักษาไม่มี ในขณะนี้ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี มีแต่ผู้ป่วยในที่เป็นชาวกัมพูชา ยังรักษาอยู่ ไม่ได้ให้ออกหรือไล่ออกจากโรงพยาบาล ยืนยันยังดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชน ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่เราให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นชาวกัมพูชาที่ทำงานกับโรงพยาบาล ซึ่งเป็นล่าม 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่ต้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเพราะมีโดรนมาบินอยู่บริเวณโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2568 ซึ่งได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่า เมื่อมีโดรนมาบิน ก็ต้องระมัดระวัง และอีกประการคือชาวกัมพูชาที่มาทำงาน ซึ่งเป็นล่ามนั้น อาจถูกทำร้ายเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย หากมีโดรนมาบินเราก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ ก็สร้างความปลอดภัยให้กับชาวกัมพูชาซึ่งทำงานเป็นล่าม เพื่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งมีประมาณ 8-9 คน

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ป่วยที่ต้องการมารักษาพยาบาล ปัจจุบันนี้ไม่มีคนป่วยเข้ามาใหม่ ไม่ได้หยุดการรักษา ยังรักษาต่อไปอยู่ ส่วนหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินชาวกัมพูชามาก็รับเป็นผู้ป่วย เพราะเป็นไปตามหลักมนุษยชน เราไม่สามารถทำอะไรพิเรนทร์ ๆ เหมือนบางประเทศได้ เพราะไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย ซึ่งค่อนข้างมีจิตใจสูงส่งกว่าประเทศเพื่อนบ้านทางประเทศที่เห็น ๆ อยู่ อะไรซึ่งเป็นเรื่องไม่อยู่ในหลักสิทธิมนุษยชนเราไม่ทำอยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่เป็นทหารของกัมพูชามารักษา นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็สามารถรับได้ อย่าคิดว่าเขาเป็นทหารหรือไม่ อย่าไปจำกัดสิทธิอะไรทั้งสิ้น แต่ก็คงไม่มาหรอก เพราะต้องข้ามชายแดนเข้ามา หากเป็นทหารก็ถูกจับอีก 

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่มีการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ของล่ามแปลภาษา เพราะเกรงว่าจะเป็นสายลับให้กับกัมพูชาหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นอีกทางหนึ่ง ขอให้รอผลการเจรจาการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ในวันที่ 4 ส.ค. 2568 จบไปก่อน ก็ต้องรอผลว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อบรรยากาศเรียบร้อยดี ก็ค่อยว่ากันว่าจะเอาอย่างไร เราต้องฟังในส่วนของกลาโหม ให้กระทรวงกลาโหมนำ เราเป็นผู้ตาม