จากกรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวว่า จากกรณีสื่อมวลชนกัมพูชาเผยแพร่ข้อมูลโดยอ้างอิงจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ ซึ่งระบุว่าเป็นของกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และมีการกล่าวหาอย่างร้ายแรงว่าไทยใช้อาวุธชีวภาพในการโจมตีในพื้นที่ชายแดนนั้น รัฐบาลขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง และคาดว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นบัญชีปลอม และเป็นความพยายามอย่างชัดแจ้งในการบิดเบือนข้อเท็จจริง ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พล.ต.วันชนะ สวัสดี” ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานความมั่นคงชายแดน (สน.ปร.มน.) ได้ออกมาโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว “Wanchana Sawasdee” โดยชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีกัมพูชาออกมากล่าวหาว่าไทยใช้อาวุธชีวภาพในพื้นที่ชายแดนว่า เป็นการบิดเบือนข้อมูลอย่างร้ายแรง และขาดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์โดยสิ้นเชิง

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ซีรีส์ลวงโลกของเขมรเรื่องการใช้อาวุธชีวภาพ คือ ออกมาโกหกชาวโลกก่อนว่าไทยใช้อาวุธชีวภาพโปรยสารจากเครื่องบิน (ความจริงปรากฏไปแล้วว่าโกหก) และสร้างหลักฐานเท็จประกอบการแถลงโกหก ด้วยการให้กำลังพลเตรียมการรับมือกับสารพิษด้วยผ้าชุบน้ำ และกระเทียมถูจมูก อีกทั้ง นำผู้สื่อข่าวต่างประเทศลงตรวจสอบพื้นที่เพื่อสื่อสารสู่ชาวโลก การลงตรวจสอบพื้นที่หลักฐานประการหนึ่ง คือ จะต้องพบสารบริเวณนั้น ดังนั้น ถ้าเขมรสร้างหลักฐานเท็จ โดยการนำสารเคมีชีวภาพไปโปรยในพื้นที่ เพื่อให้ตรวจสอบแล้วเจอแสดงว่าเขมรเองนั่นแหละ ที่มีสารประเภทนี้นำมาสร้างหลักฐานเท็จ”

อีกทั้ง “ในช่วงที่ผ่านมาได้มีรายงานว่า ทางการกัมพูชามีการเผยแพร่เอกสารภายใน ให้กำลังพลเตรียมพร้อมรับมือ “แก๊สพิษจากฝ่ายไทย” โดยใช้วิธีชุบน้ำผ้าขาวม้า และใช้กระเทียมถูจมูก พร้อมเชิญสื่อต่างประเทศเข้าตรวจสอบพื้นที่ เป็นการดำเนินการที่สร้างความเข้าใจผิด และบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายแรง การกล่าวหาว่าไทยใช้แก๊สพิษโดยไม่มีหลักฐาน เป็นเพียงการแสดงละครทางการเมือง ที่เต็มไปด้วยความล้าหลัง และไร้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อย่างสิ้นเชิง การใช้ผ้าชุบน้ำและกระเทียมถูจมูกไม่ได้ช่วยอะไรเลย ในการป้องกันสารเคมีจริง สะท้อนถึงความสิ้นไร้ของระบบความมั่นคงฝ่ายตรงข้าม ขอยืนยันว่าไทยยึดมั่นในอนุสัญญาสากล และไม่เคยใช้หรือเตรียมการใดในการใช้อาวุธเคมี”

นอกจากนี้ “เอาทีละประเด็น ไทยได้ใช้อาวุธทางชีวภาพหรือไม่ ตอบ “ไม่ได้ใช้ ไทยไม่มีการใช้แก๊สพิษ และยึดมั่นในหลักสันติ และไทยเป็นภาคีในอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี ไม่มีกำลังรบใดในกองทัพไทยที่มีแผนใช้แก๊สพิษ” อีกทั้ง ข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชาเป็นการใส่ร้าย ปลุกปั่น และบิดเบือนเพื่อหวังผลทางการเมือง นอกจากนี้ ผ้าชุบน้ำและกระเทียมใช้ป้องกันแก๊สพิษได้หรือไม่ ตอบ “ไม่สามารถป้องกันแก๊สพิษชนิดใดได้เลย” เป็นความเข้าใจผิดที่ไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์รองรับ และการใช้กระเทียมเพียงเปลี่ยนกลิ่น ไม่ช่วยบล็อกพิษเข้าสู่ร่างกาย อีกทั้ง การเตรียมการของเขมรสะท้อนความล้าหลังและไร้ความรู้ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจด้านเคมี และวิทยาการป้องกัน NBC (Nuclear, Biological, Chemical) นอกจากนี้ สร้างภาพที่ผิดจากความจริงเพื่อจูงใจสื่อและชาวโลก”

“ความรู้เพิ่มเติมสักหน่อย แก๊สพิษที่ใช้ในสงครามส่วนใหญ่คืออะไร แก๊สพิษทางทหารที่เคยถูกใช้จริงในสงคราม เช่น Sarin (GB) จะทำลายระบบประสาท, Mustard gas (Yperite) จะทำลายผิวหนังและระบบหายใจ, Chlorine, Phosgene จะกัดกร่อนระบบหายใจ อีกทั้ง แก๊สเหล่านี้มักไม่มีสี ไม่มีกลิ่น หรือมีเพียงเล็กน้อย และเป็นอันตรายอย่างรุนแรงแม้ในปริมาณน้อย”

อย่างไรก็ตาม “การป้องกันแก๊สพิษอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องใช้หน้ากากกันแก๊ส (Gas mask) ที่มีตัวกรองเฉพาะ และใช้ชุดป้องกันเคมี (Chemical protective suit) พร้อมต้องมีระบบแจ้งเตือน และการอบรมเฉพาะทาง ไม่สามารถป้องกันด้วยผ้าเปียก หรือสมุนไพรพื้นบ้านได้ ดังนั้น เขมรกำลังสร้างภาพที่ผิดจากความจริงเพื่อจูงใจสื่อและชาวโลก”

ขอบคุณข้อมูล : Wanchana Sawasdee