หลังจากสหรัฐประกาศอัตราใหม่ ภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยสหรัฐจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย 19% จากเดิมที่ประกาศอัตราไว้ 36% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของทีมไทยแลนด์ ทีมเจรจาการค้าที่ทำงานร่วมกันมาอย่างเข้มข้น
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้ยอมรับว่า อัตราภาษีที่ 19% อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ ยืนยันว่าไทยไม่ได้เปิดเสรีการนำเข้าสินค้าให้สหรัฐในอัตราภาษี 0% ทุกรายการ และสินค้าที่ผลิตยังเพียงพอในไทย
เปิด 10 ข้อแลกเปลี่ยน ภาษีทรัมป์ 19%
1.แลกมาด้วยเก็บภาษีสหรัฐ 0%
- ไทยมีข้อเสนอเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐ 0% หรือได้รับการยกเว้นภาษี เพื่อแลกกับการลดอัตราภาษีให้ต่ำลงกว่าเดิมจาก 36% จนเหลือ 19%
- มีการรายงานว่า ข้อเสนอเก็บภาษีสินค้าสหรัฐ 0% มีมากถึง 10,000 รายการ จากทั้งหมด 11,000 รายการ หรือคิดเป็น 90%
ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไทยไม่ได้ผลิตเอง หรือผลิตไม่เพียงพอ เช่น เครื่องมือแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ขั้นสูง และอาหารเฉพาะทาง
2.ลดมาตรการกีดกันการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barrier : NTB)
- ไทยยอมลดอุปสรรคมาตรการกีดกันการค้า NTB เป็นมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี แต่เป็นการลดขั้นตอนกระบวนการต่างๆ เช่น ด้านสุขอนามัย ศุลกากร และขั้นตอนการรับรองสินค้าสหรัฐ เช่น การใช้ระบบการอนุญาตให้สินค้าผ่านด่านก่อนแล้วค่อยย้อนตรวจสอบย้อนหลัง (post-clearance audit) เพื่อเร่งกระบวนการและลดภาระต้นทุนให้ผู้ส่งออกสหรัฐ
- ลดขั้นตอน กระบวนการด้านเอกสารให้รวดเร็วขึ้น
3.ส่งเสริมการลงทุน
- ไทยมีข้อเสนอให้สหรัฐเข้ามาลงทุนในไทยได้สะดวก โดยเสนอบริการ fast-track พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจาก BOI
- ส่งเสริมการลงทุน 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ พลังงานสะอาด, เซมิคอนดักเตอร์/ICT และโลจิสติกส์ เพื่อให้สหรัฐเห็นไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในอาเซียน
4.ซื้อพลังงาน-เครื่องบิน
- ภาครัฐและเอกชนไทย ร่วมกันซื้อพลังงานที่ไทยยังขาดแคลน ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) จากบริษัทสหรัฐ
- เครื่องบิน Boeing รุ่นใหม่ 100 ลำ ภายใน 5-10 ปี เพื่อช่วยลดดุลการค้าของไทยที่เกินดุลสหรัฐต่อเนื่องมาหลายปี
5.ลดการเกินดุลการค้า
- ไทยมีข้อเสนอลดดุลการค้ากับสหรัฐ ให้เหลือเพียง 30% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันเกินดุลกว่า 1.2 แสนล้านบาทต่อปี
6.เร่งแก้ปัญหาสินค้าสวมสิทธิ
- ไทยต้องเร่งแก้ไขปัญหาสินค้าสวมสิทธิจากประเทศอื่น
- ใช้ระบบตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า ป้องกันกรณีสินค้าจีนอ้อมทางไทย และไม่ถูกใช้เป็นทางผ่านเพื่อหลบภาษี
7.ลดภาษีบริการดิจิทัล/คลาวด์จากสหรัฐ
- ไทยเสนอลดภาษีชั่วคราวให้กับบริการดิจิทัลของบริษัทสหรัฐ เช่น AWS, Google Cloud เป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้บริษัทของสหรัฐเข้ามาลงทุนให้มากขึ้น
8.เพิ่มโควตานำเข้าจากสหรัฐ
- ไทยต้องเพิ่มโควตานำเข้าสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพด, ข้าวบาร์เลย์ และถั่วเหลือง จากสหรัฐ
- ข้าวโพด เพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐ เพราะเกษตรกรไทยปลูกได้ 5 ล้านตัน จากที่ไทยใช้อยู่ 10-13 ล้านตัน
- เนื้อหมู เปิดนำเข้าจากสหรัฐ อาจมีปริมาณสัดส่วนเพียง 1% ยกเว้นเครื่องในหมูที่ไม่เปิดให้นำเข้า
- ปลานิล คาดว่าเปิดให้นำเข้าได้ แต่ต้นทุนและราคาในไทยถูกกว่ามาก
9.ไม่ได้ยกเว้นภาษีให้ทั้งหมด
- ไทยไม่ได้เก็บภาษีสหรัฐ 0% ทุกรายการ แต่ยังมีบางรายการที่เก็บภาษีซึ่งสินค้าสำคัญ เช่น ข้าว น้ำตาล ผลไม้แปรรูป และอุตสาหกรรมอาหารที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูง เพื่อปกป้องเกษตรกรและผู้ผลิตในประเทศได้รับผลกระทบ
10.ข้อเสนอหยุดยิงไทย-กัมพูชา
- การหยุดยิงของเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ถูกนำมาเป็นข้อเสนอของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ต้องการให้เกิดสันติภาพไม่ให้มีการสู้รบกัน โดยยื่นคำขาดว่า หากไม่หยุดยิงกัน จะไม่เจรจาการค้าภาษีทรัมป์ในครั้งนี้ด้วย



