สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลอินเดียเปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นหลายแห่ง ว่าการซื้อน้ำมันจากรัสเซียจะยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากเป็นข้อตกลงระดับรัฐต่อรัฐในระยะยาว


ขณะที่ “เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส” ของสหรัฐ รายงานโดยอ้างเป็นคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสองคนในรัฐบาลนิวเดลี ว่านโยบายที่เกี่ยวข้องไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยยังไม่เคยมีการสั่งการไปยังบริษัทแห่งใดของอินเดีย ให้ยุติการนำเข้าเชื้อเพลิงจากรัสเซีย


ด้านนายรันเดียร์ ไจสวาล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กล่าวว่า ในเรื่องของความต้องการพลังงาน อินเดียพิจารณาสิ่งที่มีอยู่ในตลาด ข้อเสนอของผู้ขาย และสถานการณ์หรือบริบททางภูมิรัฐศาสตร์โลกในเวลานั้นว่าเป็นอย่างไร


เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับรัสเซีย ไจสวลาลกล่าวว่า “เป็นหุ้นส่วนที่มั่นคงและพิสูจน์ได้ตามกาลเวลา” และความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับทุกประเทศล้วนมีคุณค่าในตัวเอง “ประเทศที่สาม” ไม่ควรตัดสินด้วยมุมมองของตัวเอง


ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศเรียกเก็บภาษีจากสินค้าของอินเดียในอัตรา 25% ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา และจะ “บวกกับค่าปรับ” เนื่องจากอินเดียมีข้อกำหนดทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และยังไม่หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้อธิบายว่า “ค่าปรับ” นั้นคืออะไร และจะเรียกเก็บแบบใด


อนึ่ง ทรัมป์เคยกล่าวว่า สหรัฐจะใช้มาตรการ “ภาษีรอง” หรือ “ภาษีทุติยภูมิ” ในอัตรา 100% กับทุกประเทศพันธมิตรที่ยังคงค้าขายกับรัสเซีย ซึ่งน่าจะเป็นการพุ่งเป้าไปยังจีนและอินเดีย ที่ยังคงนำเข้าน้ำมันปริมาณมหาศาลจากรัสเซียในแต่ละปี หากรัฐบาลมอสโกไม่สามารถยุติสงครามกับยูเครน ซึ่งตอนนี้ทรัมป์กำหนด “เส้นตาย” ไว้ที่ระหว่าง “10-12 วัน” หรือประมาณภายในวันที่ 8 ส.ค.นี้.

เครดิตภาพ : AFP