สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันโดยฟ็อกซ์นิวส์ รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน ระหว่างวันที่ 18-21 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับนานาประเทศ ก่อนการประกาศอัตราภาษีต่างตอบแทนเมื่อวันที่ 1 ส.ค. โดยให้มีผลในวันที่ 7 ส.ค. ปรากฏว่า 62% ของกลุ่มตัวอย่าง ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ และมีเพียง 36% ที่เห็นด้วย


ขณะที่ 58% ของกลุ่มตัวอย่าง ไม่เห็นด้วยหรือไม่ยอมรับกฎหมาย “One Big Beautiful Bill Act” ที่เป็นการลดภาษีด้วยการตัดงบประมาณสนับสนุนโครงการด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาประเทศหลายโครงการ และ 55% ไม่พอใจกับภาพรวมการจัดการเศรษฐกิจของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงความเห็นเชิงลบเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น


ทั้งนี้ นายคาร์ล โรฟ นักวิเคราะห์ของฟ็อกซ์นิวส์ กล่าวว่า แรงกดดันทางเศรษฐกิจจากภาวะเงินเฟ้อและราคาสินค้าจำเป็นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือปัจจัยหลักที่ทำให้ประชาชนไม่ยอมรับนโยบายที่เกี่ยวข้องของทรัมป์มากขึ้น โดย 54% ของกลุ่มตัวอย่าง ตามการสำรวจของฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มองว่า มาตรการภาษีกำลังทำลายเศรษฐกิจของสหรัฐในระยะสั้น และ 51% กังวลว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบด้านลบต่อสหรัฐในระยะยาว.

เครดิตภาพ : AFP