เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2568 ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความเสียหายของสถานพยาบาลจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ว่า ผลการประมาณการมูลค่าความเสียหายด้านโครงสร้างและอาคารของโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สุรินทร์ ที่เป็นผลจากการโจมตีสถานพยาบาลของกองทัพกัมพูชา โดยทาง สสจ.สุรินทร์ ได้ลงสำรวจความเสียหายในพื้นที่จริง เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2568 อยู่ที่ประมาณ 45,050,000 บาท ส่วนภาพรวมความเสียหายของสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ คาดว่าน่าจะมากกว่า 285 ล้านบาท ที่มีการประเมินเบื้องต้นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 5 ส.ค. นี้ รัฐบาลคงจะมีการตั้งงบประมาณ ระบุว่าแบบนี้จ่ายเท่าไหร่ แบบนั้นจ่ายเท่าไหร่ คงจะมีมาตรชี้วัดตรงนี้ออกมา รวมถึงกรณีน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ที่กำลังประเมินความเสียหาย
นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การประชุมครั้งที่ผ่านมา ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขนั้น เงินทดรองจ่ายมีแค่ 10 ล้านบาท ก็ขอให้เป็น 50 ล้านบาท ส่วนที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ไม่มีเงินทดรองจ่าย ก็ขอให้ตั้งไว้จังหวัดละ 2 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังก็รับจะไปพิจารณาเพิ่มระเบียบกระทรวงการคลังในส่วนนี้ให้ สธ.
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีการร้องขอมาเรื่องกลิ่นชายแดน อาจจะเป็นซากอะไรต่างๆ จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งตนฟังจากที่ปรึกษาของกองทัพว่า ในพื้นที่ของเขานั้น เราจะเข้าไปได้หรือ และกว่ากลิ่นจะหมดไปนั้น ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ในพื้นที่ชายแดนก็เป็นปัญหาอุปสรรค ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมอนามัยเข้าไปช่วยดูว่าจะดำเนินการอย่างไร และไม่ให้เกิดโรคระบาดจากซากมนุษย์ หรือซากต่างๆ
ถามถึงกรณีที่ รพ. ในพื้นที่ชายแดนบางแห่งมีการปลดภาษากัมพูชาลง เป็นการสั่งการจาก สธ. หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้สั่งการ เรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนไหว ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันมีความเหมาะสมอย่างไรก็นำมาพิจารณา สิ่งสำคัญคือบุคลากรทางสาธารณสุขของเราต้องปลอดภัยเป็นลำดับที่ 1 เรื่องกฎเกณฑ์ของโลกของประเทศต่างๆ เป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ แต่ก็มีข้อยกเว้นเรื่องของความปลอดภัย ก็ควรช่วยกันพิจารณาให้เหมาะสม มีเหตุมีผลที่ต้องชี้แจงได้ พิจารณาตามสถานการณ์ ต้องรักษาดูแลบุคลากรของเราให้ดีที่สุด
วันเดียวกัน นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ข้อมูลผลกระทบจากเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ณ วันที่ 4 ส.ค. เวลา 10.00 น. ในส่วนของพลเรือนเสียชีวิตคงที่ 17 ราย โดยเป็นการเสียชีวิตจากเหตุสู้รบโดยตรง 14 ราย เสียชีวิตทางอ้อม 3 ราย ผู้บาดเจ็บสะสม 38 รายเท่าเดิม ขณะนี้ยังรักษาตัวใน รพ. 7 ราย แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 5 ราย อาการปานกลาง 2 ราย ส่วนการดูแลกลุ่มเปราะบาง มีจำนวน 32,136 คน ลดลง 577 คน ด้านการดูแลสภาพจิตใจของประชาชน มีการคัดกรองประชาชนสะสม 74,575 คน พบมีความเครียดสูง 4,269 คน มีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย 417 คน
สำหรับโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ มี 20 แห่งเท่าเดิม ขณะนี้ยังปิดให้บริการทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ 1.รพ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี 2.รพ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี 3.รพ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี 4.รพ.พนมดงรักฯ จ.สุรินทร์ 5.รพ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ขณะที่ รพ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ และ รพ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กลับมาเปิดให้บริการแผนกฉุกเฉิน ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับผลกระทบ 149 แห่ง เปิดตามปกติแล้ว 36 แห่ง เปิดบางส่วน 11 แห่ง ปิดให้บริการ 102 แห่ง.



