การกินบุฟเฟ่ต์เป็นความสุขของใครหลายคน เพราะได้เพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายอย่างอิสระ แต่ภายใต้ความสุขนั้น กระเพาะอาหารของคุณอาจกำลังเผชิญกับการทดสอบที่เสี่ยงอันตรายอย่างเงียบๆ ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟ่ต์ราคาประหยัด หรือบุฟเฟ่ต์หรูในโรงแรม ความหลากหลายและความสะดวกสบายของบุฟเฟ่ต์ มักจะแฝงปัญหาด้านความปลอดภัยของอาหาร และกับดักของการกินมากเกินไปเอาไว้

4 สิ่งที่ทุกคนต้องระวัง.. เมื่อกิน “บุฟเฟ่ต์”

  1. การปนเปื้อน

ในบุฟเฟ่ต์ หลายคนใช้ที่คีบหรือทัพพีร่วมกัน หากมือของคนหนึ่งไม่สะอาด หรืออาหารที่คีบไปสุกไม่ทั่วถึง ก็อาจแพร่เชื้อโรคไปยังผู้อื่นได้ง่าย เช่น การใช้ช้อนที่ตักปลาดิบมาตักอาหารที่ปรุงสุกแล้ว หรือการวางผักกาดหอมไว้ใกล้เนื้อดิบ ล้วนเป็นความเสี่ยงที่พบได้บ่อย

คำแนะนำ: ควรหลีกเลี่ยงการนำอาหารที่คีบมาแล้วกลับไปวางที่เดิม และใช้ที่คีบแยกกันสำหรับอาหารแต่ละชนิด

  1. สารก่อภูมิแพ้ผสมอยู่

สำหรับบางคน แม้ ถั่วลิสง ไข่ หรือสัตว์จำพวกกุ้งในปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ บุฟเฟ่ต์ที่ไม่ได้ระบุสารก่อภูมิแพ้อย่างชัดเจน หรือมีการใช้ภาชนะร่วมกัน อาจทำให้จานที่ระบุว่า “ปราศจากสารก่อภูมิแพ้” มีการปนเปื้อนได้

คำแนะนำ: ควรเลือกห้องอาหารที่มีการระบุข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ไว้อย่างชัดเจน และสอบถามพนักงานเพื่อความแน่ใจ

  1. อุณหภูมิของอาหาร

เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่อันตรายคือ ระหว่าง 7°C ถึง 60°C การปล่อยอาหารทิ้งไว้ในอุณหภูมิที่เสี่ยงนี้เป็นเวลานาน ก็เหมือนเป็นการเปิดปาร์ตี้ให้กับแบคทีเรีย โดยเชื้อโรคที่พบบ่อย ได้แก่:

เชื้อซัลโมเนลลา: มักพบในไก่และไข่ ทำให้เป็นไข้และท้องเสีย
อีโคไล: มาจากเนื้อวัวที่ปรุงไม่สุก หรือผักที่ไม่ได้ล้าง ในกรณีรุนแรงอาจทำให้ไตวายได้
ลิสทีเรีย: มักพบในอาหารแช่เย็น เช่น บะหมี่เย็นและชีส มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะกับสตรีมีครรภ์
คลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์:
อาหารตุ๋นและซุปในสภาพแวดล้อมที่ร้อนอบอ้าวเป็นแหล่งเพาะพันธุ์
โนโรไวรัส: ติดต่อได้ง่ายผ่านมือหรือภาชนะต่างๆ
สแตฟิโลคอคคัส ออเรียส: มาจากผิวหนังของมนุษย์ และสร้างสารพิษที่ทนความร้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการทางเดินอาหารเฉียบพลัน

  1. กินไม่อั้น ≠ กินจนจุก

บุฟเฟ่ต์คือสวรรค์สำหรับคนกินจุ แต่บ่อยครั้งที่ทำให้เรากินมากเกินไปจนรู้สึกอึดอัด หากคุณต้องการกินอย่างมีสติมากขึ้น ลองใช้กลยุทธ์ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

เดินสำรวจรอบ ๆ ก่อน: เดินดูอาหารทั้งหมดก่อนตัดสินใจว่าจะกินอะไร เพื่อหลีกเลี่ยงการหยิบอาหารแบบสุ่มทันทีที่เห็น

ใช้จานขนาดเล็ก: การใช้จานเล็กช่วยควบคุมขนาด และปริมาณอาหารที่คุณหยิบมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

การศึกษาพบว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ สามารถช่วยให้ผู้คนหยิบอาหารน้อยลงและมีแนวโน้มที่จะกินมากเกินไปน้อยลง นอกจากนี้ ควรใส่ใจกับปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ เช่น การกินไปดูทีวีไป หรือการกินเพื่อปลอบประโลมจิตใจ เมื่อคุณเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้แล้ว คุณจะสามารถปรับเปลี่ยนนิสัยการกินได้อย่างมีสติมากขึ้น

การกินไม่อั้นไม่ได้หมายความว่า คุณต้องกินจนจุก! การเลือกและหยิบอาหารอย่างชาญฉลาด จะช่วยให้คุณอิ่มอร่อยได้อย่างมีความสุข และสบายใจมากขึ้น

ที่มา: Yuanqi, freepik