เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า กลิ่นมีผลต่อระบบประสาทโดยตรงมากกว่ารูป รส หรือเสียง และส่งผลรวดเร็วที่สุด ด้วยกลไกเฉพาะที่เรียกว่า เส้นทางการประมวลผลกลิ่นที่ไม่ผ่านสมองส่วน thalamus (โดยสมองส่วนนี้จะเป็นตัวแปลงสัญญาณของอายตนะไปสู่ระบบประสาทส่วนอื่น) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของระบบประสาทรับกลิ่นกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนลิมบิกโดยตรง (Limbic system) จึงมีพลังสูงต่ออารมณ์และความทรงจำ กลิ่นไปมีผลต่อสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความกลัว ส่วนที่เกี่ยวกับความทรงจำ ส่วนที่ควบคุมฮอร์โมน

“กลิ่นส่งผลรวดเร็วแบบสะท้อนอารมณ์ทันที เช่น กลิ่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ เช่น ความสุข ความเศร้า หรือความกลัวได้ โดยไม่ต้องใช้เหตุผล กลิ่นเชื่อมโยงความทรงจำ ซึ่งเป็นสมองส่วน hippocampus ที่ประมวลกลิ่น เป็นศูนย์กลางของ “ความทรงจำระยะยาว” กลิ่นบางกลิ่นสามารถกระตุ้นความทรงจำที่ฝังลึกในอดีต เช่น กลิ่นดินเปียกฝนทำให้นึกถึงวัยเด็ก และกลิ่นสามารถเปลี่ยนการหลั่งสารสื่อประสาทบางกลิ่นสามารถกระตุ้น dopamine ซึ่งเป็นสารความสุข เช่น กลิ่นวานิลลา, ลาเวนเดอร์” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

เลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวอีกว่า การได้รับกลิ่นศพในระยะใกล้และต่อเนื่อง เช่น ทหารที่ประจำการอยู่ที่ภูมะเขือในขณะนี้ที่ต้องเผชิญกับกลิ่นศพที่ร่างกายเริ่มสลายจะเกิดกระบวนการการเน่าเปื่อย ซึ่งปล่อยก๊าซและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น Putrescine & Cadaverine กลิ่นเหม็นฉุน คลื่นไส้ อาเจียน Hydrogen sulfide (H₂S) กลิ่นไข่เน่า วิงเวียน หายใจติดขัด Ammonia กลิ่นฉุนแสบจมูก ระคายเคืองตา กลิ่นศพผลกระทบทางจิตประสาท โดยจะกระตุ้น Amygdala (ศูนย์กลางความกลัว) และ Hippocampus (ความจำ) ทำให้เกิดอาการช็อก คลื่นไส้ สะเทือนใจ (psychological trauma) เกิดความทรงจำติดตา-ติดจมูก (olfactory memory) ที่ฝังลึก นอกจากนี้กลิ่นศพยังมีผลต่อภาวะทางจิตใจในระยะยาว อาจทำให้เกิดภาวะวิตกกังวล

ดร.สุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า สมัยก่อนมีการใช้สมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเพื่อดับกลิ่นศพ ใบพลูเป็นชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ ข้อมูลทางยุทธศาสตร์พบว่าใบพลูมีน้ำมันหอมระเหย เช่น Eugenol Chavicol, Safrole, Carvacrol ซึ่งมีกลิ่นหอมเฉพาะและยับยั้งเชื้อได้ ใบพลูจึงสามารถช่วยลดหรือกลบกลิ่นศพได้ในระดับหนึ่ง ที่สำคัญในแถบอีสานใต้ ผู้คนยังมีการเคี้ยวหมาก เป็นวัฒนธรรมใบพลูหาได้ไม่ยาก และใบพลูยังเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ที่คนโบราณเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งที่อัปมงคลทั้งหลาย รวมถึงมนต์ดำ ดังนั้นการหาใบพลูไปทุบขยี้หรือทุบใส่ ห่อผ้า แขวนไว้ใกล้ตัวหรือติดตัว ก็จะช่วยบรรเทากลิ่นศพได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ คนโบราณยังใช้ดอกพิกุล ดอกซ่อนกลิ่น ไปดับกลิ่นศพ ทำให้ดอกไม้เหล่านี้เป็นดอกไม้ไม่เป็นมงคลไปเลย เพราะใช้ในงานศพ เช่นเดียวกันกับใบฝรั่ง จะทุบให้พอช้ำทำแล้วเอาไปวาง ส่วนใหญ่จะเป็นใบไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ปัจจุบันมีน้ำมันหอมระเหยภายใต้ศาสตร์อะโรมาเธอราปี สามารถใช้บรรเทาได้ส่วนหนึ่ง เช่น เปปเปอร์มินต์ เมนทอล ซึ่งจะมีอยู่ในยาดมทั่วไป ช่วยบรรเทาความรู้สึกวิงเวียน และกลิ่นระคายเคือง และตัวช่วยอีกอย่างคือหน้ากากอนามัย N95 ที่มีคาร์บอนอยู่ ซึ่งจะช่วยในการดักกลิ่นได้ เราจึงเร่งส่งยาดม 2,000 หลอด กับยาหม่องสรรพบำบัด (ยาหม่องเฉพาะกิจ ดมแก้วิงเวียน ทาแก้ฟกช้ำและกันยุงกันแมลง) อีก 1,000 กระปุก ให้กับทหารชายแดนที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าว และกำลังจะส่งเพิ่มเติมไปอีก อยู่ระหว่างผลิตเพิ่ม.