นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร(กม.) ณ สิ้นเดือน ก.ค.2568 มีความคืบหน้า 10% เร็วกว่าแผน 1% โดยการก่อสร้างยังไม่มีเรื่องใดน่ากังวลมาก มีเพียงงานเวนคืนที่ดินที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างให้กับผู้รับจ้างได้ครบ 100% อย่างไรก็ตามเรื่องงานเวนคืน คืบหน้าแล้วประมาณ 60-70% ยังเป็นไปตามแผนงาน คาดว่าจะครบ 100% ภายในปี 2569

นายกาจผจญ กล่าวต่อว่า พื้นที่เวนคืนที่ยังพบปัญหาคือ บริเวณสำนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเจรจาปรับแบบการก่อสร้างด้านหน้าสำนักงานฯ เพื่อลดผลกระทบ ขณะที่พื้นที่ตลาดประชาสงเคราะห์ที่ชาวบ้านร้องเรียน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับตัวเลขเงินชดเชย ส่วนพื้นที่หน้าโรงละครแห่งชาติ ที่มีการขุดค้นพบโบราณคดี เป็นฐานกำแพงวังเก่า ได้ข้อสรุปว่าจะปรับพื้นที่ภายในสถานีโรงละครแห่งชาติ เพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์ใต้ดิน (Site Museum) เหมือนที่สถานีสนามไชย และนำฐานกำแพงเก่าที่ขุดพบมาจัดแสดง

ขณะเดียวกันบริเวณสถานีศิริราชที่ขุดค้นพบโครงกระดูก และโบราณวัตถุ เตรียมจัดทำรายงานเสนอกรมศิลปากร ส่วนการก่อสร้างสถานีศิริราช ซึ่งเป็นสถานีที่ดำเนินการร่วมกันกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) และโรงพยาบาลศิริราช จากการประชุมร่วมกันในส่วนของ รฟม. ไม่ได้ติดปัญหาใด สามารถก่อสร้างสถานีได้เลย ไม่ต้องรอการปรับแบบของ รฟท. ที่จะขยับออกไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตก มีแผนก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2573 ขณะที่ส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 22.5 กม. มีแผนเปิดบริการปี 2571 แต่จะเร่งรัด เพื่อให้สามารถเปิดบริการได้ตั้งแต่ปลายปี 2570 ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม

นายกาจผจญ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้างานระบบรถไฟฟ้าสายสีส้ม ได้รับรายงานจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับจ้างของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BEM ในการก่อสร้างงานโยธา และจัดหาระบบรถไฟฟ้าโครงการฯ เบื้องต้นว่า งานจัดหาขบวนรถได้ข้อสรุปรูปแบบสภาพภายใน และภายนอกตัวรถแล้ว อยู่ในขั้นตอนการผลิตรถ ยืนยันว่าขบวนรถจะเริ่มทยอยมาถึงเมืองไทยในปี 2569 โดยจะทดสอบระบบต่างๆ และระบบเดินรถอีกประมาณ 6 เดือน ก่อนให้บริการได้ ขณะที่งานระบบฯ ต่างๆ อยู่ระหว่างส่งไปทดสอบที่ต่างประเทศ อาทิ จีน และตุรกี ก่อนจะนำมาติดตั้งต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทยอยติดตั้งงานระบบฯ แล้ว อาทิ ระบบจ่ายไฟ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1.4 หมื่นล้านบาท ค่างานโยธา 9.6 หมื่นล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้าบริหารการเดินรถ ซ่อมบำรุง 3.2 หมื่นล้านบาท มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ระยะทางรวม 35.9 กม. โดยส่วนตะวันออก มี 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก มี 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย) ทั้งนี้ขบวนรถไฟฟ้าที่จะนำมาให้บริการเป็นของบริษัท ซีเมนส์(Siemens) เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน มีจำนวน 32 ขบวนๆ ละ 3 ตู้ วงเงินประมาณ 3 หมื่นล้านบาท.