เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ.การปกครอง ว่า สืบเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้วมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกมา ในเรื่องของการอนุมัติวงเงินทดรองจ่ายฉุกเฉินจังหวัดละ 100 ล้านบาท รวมถึงมี สส. ตั้งกระทู้ถามสดถามรัฐมนตรีในสภา โดยรัฐมนตรีมีการยืนยันว่าสามารถที่จะเบิกจ่ายงบได้ 

นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า วันนี้จึงได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัด ได้แก่ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี ที่เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก รวมถึงได้เชิญกระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมบัญชีกลาง เพื่อที่จะมาติดตามว่า นโยบายต่าง ๆ ของทางรัฐบาลที่ตั้งใจจะเอาเงินช่วยเหลือฉุกเฉินพิเศษ ไปให้การช่วยเหลือประชาชนนั้น การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นอย่างไรหรือติดขัดส่วนใด มีปัญหาตรงไหนบ้าง และสามารถเบิกจ่ายได้จริงตามที่รัฐมนตรีมาตอบกระทู้สดหรือไม่ นอกจากนั้นยังได้เชิญ สส. ในพื้นที่มารับฟังและสะท้อนปัญหาให้กับทางกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ได้ทราบถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ กรณีแกนนำพรรคภูมิใจไทย รวมถึงในโซเชียล โดยมีการวิจารณ์ว่าเงินงบประมาณที่ใช้ในการดูแลเป็นเงินที่บริจาคมาเป็นส่วนใหญ่ นายกรวีร์ กล่าวว่า เป็นประเด็นเดียวกัน ทางรัฐบาลยืนยันว่าสามารถเบิกจ่ายได้ แต่ในข้อเท็จจริงตามหน้างานในหลายพื้นที่และในหลายอำเภอ มีแต่ตัวเลขของวงเงินไป แต่การเบิกจ่ายยังยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายงบประมาณได้มากเท่าที่ควร บางพื้นที่อาจมีการเบิกจ่ายได้ บางพื้นที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ สิ่งที่ดูแลประชาชนกลายเป็นเงินบริจาค กลายเป็นสิ่งของบริจาคจากประชาชนด้วยกันเอง 

นายกรวีร์ กล่าวว่า กมธ.ปกครอง อยากเชิญกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นหัวหลักมาชี้แจงว่าติดขัดในเรื่องใดและติดขัดรายละเอียดตรงไหนในเรื่องของการเบิกจ่ายเหตุใดจึงเบิกจ่ายด้วยช้า และบางทีทำไมถึงเบิกจ่ายไม่ได้ ทั้งหมดจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสำหรับวิกฤติของประเทศในครั้งต่อไป

เมื่อถามย้ำว่ามองว่างบทดรองจ่าย 100 ล้านบาท จะเพียงพอหรือไม่แต่ละจังหวัด นายกรวีร์ กล่าวว่า จากการที่ตนได้ฟังการที่รัฐมนตรีมาตอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีการบอกว่าจะให้ไปก่อนอำเภอละ 5 แสนบาท ซึ่งก็ต้องฝากคำถามไปถึงรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยว่า เคยไปดูในพื้นที่หรือไม่ เพราะจำนวน 5 แสนบาทวันเดียวก็หมด จึงอยากให้แนวทางในการช่วยเหลือดูแลประชาชนตามศูนย์อพยพต่าง ๆ ได้สะท้อนกับค่าใช้จ่ายจริงที่มันเกิดขึ้น เพื่อที่จะพึ่งพางบบริจาค หรือพึ่งพาของบริจาคจากประชาชนที่อื่น เพราะเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลที่จะนำงบประมาณมาแก้ไขปัญหาและมาดูแลประชาชนในพื้นที่ให้ดีที่สุด