เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะ สว.สำรอง นำโดย พ.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดดำเนินการไต่สวนทุจริต ฮั้วเลือก สว. 2567 โดย พ.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า เหตุผลที่มายื่นให้ กกต. เร่งรัดดำเนินการสอบสวนไต่สวนการทุจริต หรือฮั้วเลือก สว. เมื่อปี 2567 เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ที่คณะกรรมการสอบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีผู้แทน กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันดำเนินการนั้น มีการสอบสวน มีหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่างชัดเจน และส่งถึงสำนักงาน กกต. มาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่ากันตามจริง เรื่องนี้ควรจะจบได้แล้ว หรืออย่างน้อยควรอยู่ในชั้นการพิจารณาของกรรมการ กกต. 6 เรียบร้อยแล้ว เพราะตามระเบียบการสืบสวนสอบสวนที่ท่านเขียนไว้เองก็บอกว่าจบใน 1 ปี ซึ่งตอนนี้ก็เลยกำหนด 1 ปีมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา

“ตอนนี้ด้วยความอ้อยอิ่งของ กกต. การพิจารณาเรื่องนี้จึงยังอยู่เพียงชั้นที่ 2 หรือชั้นเลขาธิการ กกต. พิจารณาเท่านั้น เรามองว่านี่เป็นการประวิงเวลาหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่เราห่วงคืออำนาจของ สว. ในการแต่งตั้งองค์กรอิสระที่ยังเหลืออยู่ 5-6 ตำแหน่งตอนนี้ กกต. อาจจะปล่อยเวลาตรงนี้ เพื่อให้มีการแต่งตั้งแล้วเสร็จหรือไม่ จึงไม่แน่ใจว่านี่เป็นเจตนาร่วมหรือไม่ เราจึงอยากมาเตือนสติ กกต.” พ.ต.ท.คำรบ กล่าว

พ.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 12 ส.ค. ถึงแม้จะมีคนโทรฯ หา มาแจกกล้วย ท่านก็อย่าไปสนใจ เพราะที่เรามาเร่งรัดนั้นมีระเบียบรองรับ ซึ่งก็เป็นระเบียบที่ท่านออกมาเอง คือ ระเบียบกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 ในข้อที่ 92 ซึ่งระบุชัดเจนว่า “ให้เลขากธิการ กกต. เสนอสำนวนการสืบสวนไต่สวนที่ได้ดำเนินการตามระเบียบนี้ต่อคณะกรรมการ กกต. โดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันประกาศผลเลือกตั้ง” ทั้งนี้ กกต. และเจ้าหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบปฏิบัติตามมาตรา 32 พ.ร.ป.ว่าด้วยหารเลือก สว. 2561 หากหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตามประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่ง กกต. เกี่ยวกับการเลือก ตาม พ.ร.ป.ฉบับนี้ ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 -200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 20 ปี.