สืบเนื่องจาก โครงการซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2560 กองทัพเรือได้ลงนามในสัญญากับบริษัท CSOC สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ต่อเรือดังกล่าว แต่ติดปัญหาที่ทางจีน ไม่สามารถหา “เครื่องยนต์ MTU 396” ของประเทศเยอรมนี ตามที่ระบุไว้ตามสัญญามาติดตั้งให้ได้ ทำให้การต่อเรือดำน้ำต้องหยุดชะงักไปในช่วงปี 2564 โดยปัจจุบันดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 64% อนุมัติจ่ายเงินไปแล้ว 10 งวด จากทั้งหมด 18 งวด วงเงินรวม 7,700 ล้านบาท และยังคงค้างจ่ายอีก 40% วงเงิน 5,500 ล้านบาท

กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 68 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแก้สัญญา โครงการเรือดำน้ำ Yuan Class รุ่น S26T ที่ไทยลงนามรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับจีน จากเดิมเป็นเครื่องยนต์เยอรมนี MTU396 ให้เปลี่ยนมาใช้ “เครื่องยนต์จีน CHD620” พร้อมแก้ไขขยายเวลาต่อเรือไปอีก 1,217 วัน อย่างไรก็ดี ประชาชนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ โครงการซื้อเรือดำน้ำจีน ในหลายๆ ประเด็น ทีมข่าวเดลินิวส์ ติดตาม 3 ข้อมูลหลัก ที่มีการสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย

1.ทำไมเยอรมนีไม่ขายเครื่องยนต์ให้ไทย? สาเหตุเยอรมนีไม่ขาย เครื่องยนต์เรือดำน้ำรุ่น MTU 396 (หรือ MTU 4000 แล้วแต่สเปกตามสัญญา) ให้ไทย เพื่อติดตั้งในเรือดำน้ำที่ไทยจัดซื้อจากจีน เนื่องจาก “สหภาพยุโรป (EU)” มีข้อห้ามส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ที่มีศักยภาพทางทหารให้กับจีนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) เยอรมนี ซึ่งเป็นสมาชิก EU และ NATO จึงต้องปฏิบัติตามมาตรการนี้อย่างเคร่งครัด แม้ว่าปลายทางของสินค้า (เครื่องยนต์) จะเป็นไทย แต่เพราะจะติดตั้งผ่านจีนก็ติดข้อห้ามนี้โดยตรง จึงไม่สามารถดำเนินการส่งออก-ขายได้ และ Embargo list สำหรับรายการเครื่องขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้านี้ เพิ่งถูกเพิ่มในรายการห้ามส่งออกเมื่อปี 2562 ภายหลังที่ไทยได้ลงนามในข้อตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐไปเมื่อปี 2560 ซึ่งข้อเท็จจริงกระบวนการจัดหาก็ได้เริ่มก่อนหน้านี้อีก 2 ปี (2558)

2.เครื่องยนต์ใหม่ (จีน) ดีเทียบเท่าของเดิมอย่างไร? หลังจากไม่ได้รับเครื่องยนต์ MTU จากเยอรมนี จีนเสนอที่จะเปลี่ยนมาใช้ “เครื่องยนต์ดีเซลรุ่น CHD620” ที่พัฒนาและผลิตโดยจีน เพื่อทดแทน MTU 396 (แม้จะเป็นเครื่องยนต์ของเยอรมนีแต่ก็ผลิตในจีน) ซึ่งทางจีนระบุว่า เครื่องยนต์ CHD620 ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเครื่องยนต์ Deutz-MWM ประเทศเยอรมนี และมีการปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่อง มีการส่งสเปกและผลการทดสอบมาให้กองทัพเรือไทยพิจารณา รวมทั้งมาตรฐานจากสถาบันนานาชาติ โดยจีนยืนยันว่า เครื่องยนต์ดังกล่าวผ่านการทดสอบทดลองและรับรองมาตรฐานทางทหารของจีนแล้ว รวมทั้งได้ติดตั้งบนเรือดำน้ำของทัพเรือปากีสถานเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ทางจีนยังได้เพิ่มระยะเวลารับประกันเครื่องยนต์ดังกล่าวจาก 2 ปี เป็น 8 ปีอีกด้วย

3.ยกเลิกโครงการจะเสียหายอย่างไรบ้าง? ถ้าประเทศไทยยกเลิกโครงการจัดหาเรือดำน้ำฯ ที่รับเงินงวดไปแล้ว จะส่งผลเสียหลายด้าน อาทิ 1.ไทยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปแล้วคืนแน่นอน เพราะงานต่อเรือได้มีความก้าวหน้าไปตามสัญญาที่งวดงานและงวดเงินสอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเงินที่จ่ายไปแล้ว (ปัจจุบันจ่ายไปแล้ว 10 งวด ประมาณ 60% หรือราว 7,700 ล้านบาท) หรือตัวเรือดำน้ำที่สร้างเสร็จไปแล้ว 64%, 2.การชดเชยคืนจากจีนในรูปแบบอื่นๆ ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ซึ่งหมายถึงเสียเงินงบประมาณทั้งหมดที่จ่ายไปแล้วโดยปราศจากสิ่งตอบแทน, 3.จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภาพรวม, ความน่าเชื่อถือทางยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือและรัฐบาลอาจถูกมองในแง่ลบทั้งในเวทีระหว่างประเทศ, 4.โครงการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ท่าจอดเรือ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งการฝึกกำลังผลเพื่อเตรียมรับมอบเรือ ก็จะถือว่าเสียเปล่า

ที่สำคัญ กองทัพเรือจะเสียโอกาสในการมีเรือดำน้ำไปอีกระยะยาว จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางทะเลของประเทศ ดังนั้น แนวทางที่รัฐบาลและกองทัพเรือ กำลังดำเนินการคือ พยายามหาทางปรับข้อตกลงฯ และหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด โดยไม่ให้ฝ่ายไทยเสียประโยชน์และอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้.