เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหาร พม. ประจำเดือน ส.ค. 2568 ว่าที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. …. หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติในหลักการและส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาก่อนส่งให้ พม. ยืนยันความเห็น ซึ่งตนในฐานะ รมว.พม. ได้ยืนยันกลับไปยัง ครม. เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สำนักเลขาธิการ ครม. เสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดบทนิยามเด็กที่ครอบคลุมถึงเด็กที่เกิด โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เด็กซึ่งเสี่ยงต่อการกระทำความผิด การเลี้ยงดูโดยมิชอบ ครอบครัวทดแทน กำหนดกระบวนการคุ้มครองเด็กที่ชัดเจน เอื้อต่อการแก้ไขสภาพปัญหาต่อพัฒนาการของเด็กที่หลากหลายและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่รวดเร็ว ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภาคประชาสังคม โดยมีครอบครัว โรงเรียน ชุมชน เป็นแกนกลางหลักในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานของศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ถึงสถานการณ์ปัญหาสังคมรอบ 6 เดือน ช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2568 มีประชาชนใช้บริการรวม 85,557 กรณี หรือเฉลี่ยวันละ 473 กรณี เป็นกลุ่มวัยทำงานขอรับการช่วยเหลือมากที่สุด 64% อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด 61% ศรส. ได้ช่วยเหลือคุ้มครองสวัสดิภาพประชาชนที่ประสบปัญหา 16,519 กรณี ปัญหาที่พบมากสุดเป็นเรื่องของรายได้ความเป็นอยู่ ตามด้วยความรุนแรง ความสัมพันธ์ในครอบครัว คนไร้ที่พึ่งและขอทาน ภาพรวมของสถานการณ์สังคมปัจจุบันพบว่าสังคมไทยกำลังเผชิญความเปราะบางที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในมิติเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ในครอบครัว การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ดังนั้นการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งระดับนโยบายและการปฏิบัติจริงในพื้นที่ เน้นการเสริมสร้างศักยภาพให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างระบบคุ้มครองทางสังคม ครอบคลุม เป็นธรรม ทันต่อสถานการณ์.