เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ครม. อนุมัติงบประมาณ 1,650 ล้านบาท ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใช้ในการจัดงานคอนเสิร์ตแนว EDM อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี นับจากปี 2569 ว่า ตนไม่ได้คัดค้านในหลักการเนื่องจากเป็นงานเฟสติวัลระดับโลก แต่ตนมีความกังวลหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะขณะนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว รวมถึงไม่สามารถประเมินได้เลยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะจบลงเมื่อไร จึงอยากตั้งคำถามว่ารัฐบาลสามารถกู้คืนความเชื่อมั่นในเรื่องของการท่องเที่ยวได้ทันหรือไม่ เพราะจากที่ปรากฏในหน้าข่าวก็มีการยกเลิกทริปที่จะมาเที่ยวไทย เพราะความกังวลในสถานการณ์ ความปลอดภัยในการมาท่องเที่ยว โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีการประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติประมาณ 1 ล้านคน โดยประเมินว่าเป็นชาวต่างชาติถึง 6 แสนคนนั้น หมายความว่าเราต้องอิงรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

นายปารเมศ กล่าวว่า ทาง ททท. ประกาศว่างานดังกล่าวจะจัดที่เดียวคือพัทยา ตนสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีการเวียนสถานที่เพื่อกระจายรายได้ไปที่อื่น ในเอกสารไม่ว่าจะเป็นค่าโปรดักชั่น ค่าจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งตนเข้าใจว่าตามหลักที่มีสัญญาระยะยาวถึง 5 ปี ค่าใช้จ่ายควรจะลดลงแต่กลับกลายเป็นว่าเพิ่มขึ้น รวมถึงขอตั้งข้อสงสัยว่าหากมาจัดงานทูมอร์โรว์แลนด์ในประเทศไทย ทางรัฐบาลมีแผนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างไรให้ชาวต่างชาติมางานแล้วไปเที่ยวเมืองรองด้วย ไม่ใช่มาแค่งานแล้วกลับ เพราะถือเป็นโอกาสที่ดีในการทำให้ชาวต่างชาติรู้จักจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างมหาศาล

นายปารเมศ กล่าวว่า อีกเรื่องที่มีความกังวลคือการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ยกตัวอย่างพื้นที่เยาวราช ก็มีปัญหาการโก่งราคาของรถสามล้อ แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของไทยถูกมองว่ารัฐไม่สามารถกำกับดูแลการบริการขั้นพื้นฐานได้ ควรเร่งแก้ไขในเรื่องนี้ เพื่อให้เราเป็นเจ้าบ้านที่ดี และเรื่องที่มีความกังวลมากที่สุดคือเทศกาลเช่นนี้ จะมีความเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สารเสพติดต่างๆ ภาครัฐจะมีการกำกับดูแลอย่างไรเพื่อให้ไม่กระทบกับประชาชนในพื้นที่

“อยากจะฝากรัฐบาลให้มีการบริหารจัดการที่ดีเพื่อให้การจัดงานมีประโยชน์สูงสุด ในเมื่อ ครม. อนุมัติแล้ว ต้องไม่เป็นผลกระทบในเชิงลบ และต้องเกิดรายได้สูงสุดกับประชาชน” นายปารเมศ กล่าว

นายปารเมศ กล่าวว่า ในเมื่อรัฐบาลสามารถสนับสนุนเฟสติวัลระดับโลกจากต่างประเทศปีละ 400 กว่าล้าน ก็อย่าละเลยที่จะสนับสนุนเทศกาลดนตรีในประเทศไทยให้สามารถไปในระดับโลกด้วย

นายปารเมศ กล่าวว่า ททท. ที่มีหน้าที่หลักในการจัดงาน ช่วยเรียนรู้ความผิดพลาดจาก “โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่เกิดเหตุขัดข้องจนทุกวันนี้ประชาชนเลิกให้ความสนใจไปแล้ว ในเมื่อกรอบเวลาแล้วควรทดสอบระบบ เลือกบริษัทที่มีประสิทธิเข้ามาทำงาน หากครั้งนี้เราล้มเหลว ปีถัดไปนักท่องเที่ยวจะมาน้อยลง เพราะปีแรกถือเป็นการเปิดตัวที่ต้องสร้างความประทับใจให้กับท่องเที่ยว.