สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ว่าการพบกันที่ทุกคนกำลังเฝ้ารอ ระหว่างตัวเขากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จะเกิดขึ้นที่รัฐอะแลสกาของสหรัฐ ในวันศุกร์ที่ 15 ส.ค. นี้ และกล่าวว่า “จะมีการแลกเปลี่ยนสถานที่” เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างสองประเทศ


ทั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐอะแลสกาเป็นสถานที่จัดการประชุมครั้งสำคัญทางการทูต ระหว่างสหรัฐกับประเทศหนึ่งประเทศใด ย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐในเวลานั้น พบหารือกับทีมงานของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน


ในเวลาเดียวกัน นายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า สหรัฐกับรัสเซีย “เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกัน และมีพรมแดนติดกัน” รัฐบาลมอสโกมองว่า “จึงมีความสมเหตุสมผล” ที่จะส่งคณะผู้แทนเดินทางด้วยเครื่องบินข้ามช่องแคบเบริง เพื่อให้การประชุมครั้งสำคัญเกิดขึ้นที่รัฐอะแลสกา


อูชาคอฟกล่าวด้วยว่า รัฐบาลมอสโกคาดหวังเช่นกัน ว่าการพบหารือระดับผู้นำของทั้งสองประเทศครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นบนดินแดนของรัสเซีย สื่อโดยนัยถึงการเชิญทรัมป์เยือนรัสเซียด้วย

อนึ่ง การเยือนรัฐอะแลสกาของปูตินในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ทศวรรษ ที่ผู้นำรัสเซียเยือนสหรัฐ และจะเป็นการพบหน้าเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ระหว่างปูตินกับทรัมป์ ต่อจากการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 แห่ง หรือ จี20 ที่เมืองโอซากาของญี่ปุ่น เมื่อปี 2562


ขณะที่รายงานหลายกระแสระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังหาทางโน้มน้าวผู้นำหลายประเทศในยุโรป ให้เห็นพ้องและสนับสนุนแนวทางการหยุดยิงในยูเครน แต่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญที่ว่า รัสเซียจะครอบครองคาบสมุทรไครเมียต่อไป และยูเครนต้องยอมสละภูมิภาคดอนบาส หรือภาคตะวันออกของยูเครน ให้ไปเป็นดินแดนภายใต้อธิปไตยของรัสเซียด้วย โดยรัสเซียจะยุติการยึดครองภูมิภาคเคียร์ซอนและซาโปริซเซีย ทางตอนใต้ของยูเครน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES