สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการที่ศาลอุทธรณ์กลางสำหรับเขตพิจารณาคดีพิเศษ กำลังพิจารณามาตรการภาษีต่างตอบแทนของรัฐบาลกลาง ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า “หากศาลฝ่ายซ้ายจัด” พิพากษาให้มาตรการภาษีทั้งหมดเป็นโมฆะ เศรษฐกิจของสหรัฐจะได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง และเผชิญกับหายนะ เนื่องจากจะไม่สามารถจัดเก็บเงินได้อีก


ทั้งนี้ ทรัมป์เปรียบเทียบว่า เศรษฐกิจของประเทศอาจเผชิญกับภาวะตกต่ำครั้งใหญ่ เหมือนเมื่อปี 2472 และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วโลกยาวนานถึง 10 ปี


สำหรับมาตรการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐกับประเทศคู่ค้าประมาณ 70 แห่งและดินแดน รวมถึงสหภาพยุโรป (อียู) นั้น บราซิลเผชิญกับอัตราภาษีสูงที่สุด 50% ตามด้วยซีเรีย 41% เมียนมาและลาว 40% และสวิตเซอร์แลนด์ 39% ขณะที่อัตราสำหรับประเทศส่วนใหญ่ที่เหลือ อยู่ระหว่าง 15-25%


ขณะที่กำแพงภาษีของอินเดียตอนนี้อยู่ที่ 25% แต่จะเพิ่มเป็น 50% ภายในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า จากการที่รัฐบาลนิวเดลียังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และผู้นำสหรัฐเตือนว่า จีนจะเผชิญกับมาตรการแบบเดียวกัน


ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ที่ย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ มีคำพิพากษา เมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ให้รัฐบาลสหรัฐระงับกำแพงภาษีต่างตอบแทน และรัฐบาลทรัมป์ยื่นอุทธรณ์ทันที อนึ่ง หากศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่เป็นคุณแก่ทรัมป์ มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่เรื่องนี้จะต้องไปถึงศาลฎีกา.

เครดิตภาพ : AFP