ที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยนางสุนีย์ สอดส่อง ภริยา และนายรวิศ สอดส่อง บุตรชาย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน รมว.ยุติธรรม และนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปยังเรือนจำกลางอุบลราชธานี อ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยม พบปะและให้กำลังใจผู้ต้องราชทัณฑ์ เยี่ยมชมห้องสมุดเรือนจำกลางอุบลราชธานี ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และนำนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” ร่วมกิจกรรม พูดคุยสร้างแรงบันดาลใจ และขับร้องเพลงร่วมกับวงเรือนจำกลางอุบลราชธานี
โดยมีนายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ว่าที่ร้อยตรี กรกฎ ประเสริฐวงษ์ รอง ผวจ.อุบลราชธานี นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ น.ส.ปทิตตา โฉมประดิษฐ์ ผอ.สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี น.ส.จำปา ไขแสง ผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานี ร่วมให้การต้อนรับ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า รัฐบาลเข้าใจความทุกข์ของประชาชน อย่างน้อยที่สุด เมื่อประชาชนมีความทุกข์เรื่องการจ่ายเงินเยียวยา รัฐบาลจะต้องมีความรวดเร็ว สำหรับนโยบายการดูแลและการเยียวยาประชาชน นั้น การเยียวยาผู้เสียหายตามกฎหมายกระทรวงยุติธรรม ผู้เสียหายทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในประเทศไทย สามารถแจ้งความเพื่อรับการช่วยเหลือตามกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมได้ โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือ 200,000 บาท และผู้บาดเจ็บประมาณ 100,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน
โดยผู้เสียหายจะต้องนำหลักฐานการแจ้งความมาแสดงเพื่อยื่นขอรับความช่วยเหลือ นอกเหนือจากเงินเยียวยาตามกฎหมายปกติแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการเยียวยาเฉพาะกิจเพิ่มเติมสำหรับเหตุการณ์สู้รบ โดยประชาชนจะได้รับเงินช่วยเหลือ 800,000 บาท และเจ้าหน้าที่ทหารจะได้รับ 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นระเบียบที่เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ปี 59 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และ สมช. ฯลฯ ร่วมกันกำหนด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้อง
ส่วนการดูแลผู้ต้องราชทัณฑ์ในพื้นที่ชายแดน ที่มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว รัฐบาลได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจและให้กำลังใจ โดยจะมีการจัดให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้พบกับผู้ลี้ภัยที่เคยผ่านสถานการณ์เดียวกัน เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกันและเห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการใช้ดนตรีบำบัดและจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด โดยมีศิลปินอย่าง เสก โลโซ เข้าไปช่วยดูแลและให้กำลังใจทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน
สำหรับ เรือนจำอุบลราชธานีซึ่งมีผู้ต้องราชทัณฑ์จำนวนมากถึง 5,500 คน ได้เริ่มโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ที่มีความสามารถด้านดนตรี เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์ โดยมีการเชิญ เสก โลโซ เข้าไปให้คำแนะนำและเป็นแรงบันดาลใจ เป้าหมายคือการเปลี่ยนบทบาทของเรือนจำจากสถานที่คุมขังให้เป็น “สถานที่สร้างคน” เพื่อให้ผู้ต้องราชทัณฑ์เมื่อพ้นโทษออกไปสามารถเป็นพลเมืองที่ดีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้ต่อไป ในพื้นที่ที่มีการสู้รบ เช่น ศรีสะเกษ ได้มีการอพยพผู้ต้องราชทัณฑ์ออกจากเรือนจำเพื่อความปลอดภัย และย้ายไปยังสถานที่ที่เหมาะสมกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง
หลังจากนั้น พ.ต.อ.ทวี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังด้านทักษะพิเศษ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาชายแดน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นให้กับทหารและประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ โดย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย



