เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 68 ที่ สภ.เชียงคาน จ.เลย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าฯ เลย พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผบก.ภ.จว.เลย นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม ปลัดจังหวัดเลย นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน พ.ต.อ.ยุทธวัฒน์ โชคชัย รอง ผบก.ภ.จว.เลย พ.อ.ปฏิวัติ ชื่นศรี รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 3 ร.8 ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 12 กระสอบ น้ำหนักกว่า 449 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.เชียงคาน

นายชัยพจน์ กล่าวว่า จากที่ผลมาจากมาตรการการซีลชายแดน โดยจังหวัดเลย ได้ขับเคลื่อนหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งภายใต้ยุทธการ Re-X ray และป้อมยามประจำหมู่บ้าน และชุดเฝ้าระวัง-สำหรับสอดส่องและแจ้งเตือนเหตุผิดปกติในหมู่บ้าน ทำให้พื้นที่ติดกับชายแดนมีการจับกุมผู้กระทำผิด และยึดยาเสพติดได้จำนวนมากขึ้น จากการข่าวของคณะป้อมยามประจำหมู่บ้าน และชุดเฝ้าระวังของแต่ละชุมชน

ในกรณีนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบจากแหล่งข่าวว่า จะมีการขนยาเสพติดในช่วงวันหยุดยาว ในพื้นที่ อ.เชียงคาน หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ประกอบด้วย ตำรวจ สภ.เชียงคาน สถานีเรือเชียงคาน ร้อย.ตชด.246 ทหารพราน และฝ่ายปกครองอำเภอเชียงคาน ร่วมกันวางแผน และจัดกำลังซุ่มตามจุด เส้นทางขนถ่ายและลำเลียง

จนในช่วงเวลา 01.00 น. วันที่ 12 ส.ค. ตำรวจ สภ.เชียงคาน ได้ยึดยาไอซ์ได้ 12 กระสอบ น้ำหนักกว่า 449 กิโลกรัม พร้อมจับกุม นายภูรินทร์ อายุ 22 ปี ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พร้อมกับยึดรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง 4 ประตู ทะเบียน เพชรบูรณ์ ใช้สำหรับบรรทุกยาไอซ์ ซึ่งคนร้ายมาด้วยกัน 2 คน สามารถหนีไปได้ 1 คน และได้จับกุมนายภูรินทร์ ไว้ได้

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ขนยาไอซ์ครั้งนี้ทำเป็นครั้งแรก ได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท แบ่งกับเพื่อนคนละครึ่ง ที่ตนรับงานนี้เนื่องจากติดหนี้พนันฟุตบอลจำนวนมาก จึงตัดสินใจรับงานขนยาไอซ์ ซึ่งข้ามมาจาก สปป.ลาว โดยไม่ทราบปลายทางว่าจะให้ไปส่งที่ไหน

ผบก.ภ.จว.เลย กล่าวว่า ในช่วงนี้ขบวนการขนยาเสพติดผ่านทาง จ.เลย มีความเชื่อว่า กำลังเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะถูกส่งลงไปปฏิบัติงานอยู่ตามแนวชายแดนกัมพูชา แต่ความจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจรวมทั้งฝ่ายปกครอง ยังคงตรึงกำลังป้องกันการขนยาเสพติดตามแนวชายแดนด้านจังหวัดเลยอย่างหนาแน่นกว่าเดิม

“ในเคสนี้จะเห็นได้ว่า ขบวนการค้ายาเสพติด จะใช้กลุ่มวัยรุ่นเป็นผู้ลำเลียงสินค้า เพื่อเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหารายนี้ ไม่ทราบว่ามีโทษหนักถึงประหารชีวิต” ผบก.ภ.จว.เลย กล่าว.