วัตถุประสงค์ของการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้คืออะไร

ท่านทูตซากิฟ เชื่อว่าในปัจจุบัน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง และไม่ใช่ปัญหาที่มีขอบเขตจำกัด แต่มันเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุด สำหรับบริษัทต่าง ๆ และรัฐบาลในหลายประเทศ เนื่องจากมีผู้ไม่ประสงค์ดีจำนวนมาก พยายามทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ รัฐบาล และประเทศชาติ ซึ่งควรมีการดำเนินการล่วงหน้า เพื่อรับมือกับผู้โจมตีเหล่านั้นอยู่เสมอ

ท่านทูตกล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เกิดขึ้นจากบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งลงนามโดยอิสราเอลและประเทศไทย เมื่อปี 2565 และถือเป็นเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทย ที่ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองประเทศมารวมตัวกัน เพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านการประชุมและการฝึกอบรม ตลอดจนหาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด และได้รับประสบการณ์ เนื่องจากทุกฝ่ายเผชิญกับความท้าทายด้วยกัน

ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญอย่างไร

ท่านทูตซากิฟ คิดว่า ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นปัญหาการเมืองจริง ๆ แต่มันเป็นปัญหาที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของทุกคน และควรได้รับการจัดการแบบไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง โดยท่านทูตเน้นย้ำว่า ไซเบอร์เป็นสิ่งที่ไม่มีขอบเขต และการเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ ทุกฝ่ายจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีที่มีประโยชน์อย่างมาก ในการทุ่มเทความตั้งใจและความพยายาม รวมถึงดำเนินแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายทางไซเบอร์

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับอิสราเอล

ท่านทูตซากิฟ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับอิสราเอล มีความใกล้ชิดและพัฒนาต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมันมีส่วนช่วยทำให้ชาวอิสราเอลที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวนมากถึงประมาณ 188,000 คน และคาดว่าตัวเลขข้างต้นจะเพิ่มเป็นราว 400,000 คนในช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ ท่านทูตกล่าวเสริมว่า สำหรับผู้ที่เดินทางมายังประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจแล้ว ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับประเด็นอื่น ๆ ที่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย รับผิดชอบดำเนินการ ซึ่งท่านทูตเชื่อมั่นว่า เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยคนต่อไป จะติดตามผลและรับช่วงต่อได้อย่างแน่นอน

การดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

สำหรับท่านทูตซากิฟ การดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ไม่ใช่การเสียสละ แต่เป็นความท้าทาย ซึ่งตลอดการปฏิบัติหน้าที่ ท่านทูตมองเห็นโอกาส ผู้คนที่หัวเราะต่อกัน และการพัฒนาของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่มอบพลังงานและเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อไป

ความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ระหว่างอิสราเอลกับประเทศไทย

ท่านทูตซากิฟ กล่าวว่า อิสราเอลกับประเทศไทย มีเอ็มโอยูว่าด้วยนวัตกรรมอีกหนึ่งฉบับ ซึ่งมีความสำคัญมาก และสามารถประสานร่วมกับเอ็มโอยูว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ เนื่องจากโครงการหลายโครงการ สามารถได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านนวัตกรรมของทั้งสองประเทศ

อีกทั้งในเดือน ธ.ค. นี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มีกำหนดการนำคณะผู้แทนเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมสัมมนาพิเศษที่อิสราเอล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานสัปดาห์ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และสัปดาห์ไซเบอร์ ณ มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ

ท่านทูตซากิฟ กล่าวทิ้งท้ายว่า สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ถือว่าแนวคิดใหม่ล้วนเป็นโอกาส และหวังที่จะได้เห็นโครงการหรือความคิดริเริ่มใหม่ ๆ เหมือนกับการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในครั้งนี้.