เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตั้งศูนย์ตรวจสอบอาคาร เพื่อซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง 7 จังหวัด ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ จำนวน 307 หลัง สถานที่ราชการ (โรงเรียน โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล วัด) จำนวน 7 แห่ง สถานที่เอกชน (ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ) จำนวน 2 แห่ง ปศุสัตว์ (วัว กระบือ แพะ ไก่) จำนวน 39 ตัว และสิ่งสาธารณประโยชน์ (ถนน) จำนวน 1 แห่ง  

นายอนุกูล กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 7 จังหวัด ได้ประสานความร่วมมือมอบหมายให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เป็นประธานคณะทำงานตรวจสอบอาคารที่ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกรมโยธาฯ ได้ร่วมกับวิศวกรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวิศวกรอาสาของเอกชนในพื้นที่ ทำการสำรวจตรวจสอบประเมินสภาพความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมออกแบบ และประมาณราคาค่าซ่อมแซม โดยให้เป็นไปตามระเบียบของราชการ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมอย่างเร่งด่วน โดยได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคงเรียบร้อยแล้ว

นายอนุกูล กล่าวว่า กรณีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง กรมโยธาฯ ได้มีการออกแบบอาคารไว้กว่า 10 แบบ เพื่อให้ประชาชนพิจารณาในการก่อสร้างทดแทนหลังเก่า ซึ่งราคาและขนาดมีความใกล้เคียงกับหลังเดิม คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน และเมื่อทำการสำรวจความเสียหายเสร็จสิ้น จะนำข้อมูลสรุปผลความเสียหาย พร้อมประมาณราคาซ่อมแซมทั้งหลังให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดไปพิจารณางบประมาณเยียวยาต่อไป

“ภารกิจซ่อมแซมบ้าน มุ่งหวังให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาใช้ชีวิต มีที่อยู่อาศัยตามปกติ โดยรัฐบาลเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้ง 7 จังหวัดชายแดน ให้มีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคงและปลอดภัย” นายอนุกูล กล่าว