สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ผู้นำปากีสถาน ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เกี่ยวกับแผนการจัดตั้งกองทัพจรวดของปากีสถาน และยืนยันว่า กองกำลังดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้กองทัพจรวดก้าวขึ้นสู่การเป็นกองกำลังที่มีบทบาทสำคัญ ให้กับการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของกองทัพปากีสถาน


แม้ผู้นำปากีสถานยังไม่ได้ให้รายละเอียดมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายความมั่นคงของปากีสถานกล่าวว่า กองทัพจรวดจะมีหน่วยบัญชาการของตนเองในกองทัพ ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลและติดตั้งขีปนาวุธในกรณีที่เกิด “สงครามแบบดั้งเดิม” ซึ่งเป็นการสื่ออย่างมีนัยถึงอินเดีย


ทั้งนี้ อินเดียและปากีสถาน ซึ่งเป็นสองประเทศมหาอำนาจด้านนิวเคลียร์ของเอเชียใต้ ต่างเดินหน้าพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากการทำสงครามและการปะทะกันทางทหารมาตลอด นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2490


ส่วนความตึงเครียดครั้งล่าสุดระหว่างสองประเทศ เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา จากเหตุกองกำลังติดอาวุธสังหารหมู่พลเรือน 26 ราย ในภูมิภาคแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย ซึ่งรัฐบาลนิวเดลีกล่าวโทษว่า เป็นฝีมือของปากีสถาน แต่รัฐบาลอิสลามาบัดปฏิเสธ และเรื่องนี้นำไปสู่การปะทะข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศ ระหว่างวันที่ 7-10 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนมีการสงบศึก

ปัจจุบัน ประเทศที่มีกองทัพจรวดหรือกองกำลังจรวด ได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ หมายความว่า ปากีสถานจะเป็นประเทศที่ 6.

เครดิตภาพ : AFP