เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าพื้นที่ หลังต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวกว่าครึ่งเดือน เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
วันนี้ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง ร่วมแรงกันเสริมความแข็งแรงของหลุมหลบภัยในหมู่บ้าน เนื่องจากในวันที่เกิดเหตุปะทะระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย ต้องหลบอยู่ภายในหลุมดังกล่าว จนเสียงปืนสงบ ก่อนจะอพยพไปยังศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย
โดยชาวบ้านพร้อมทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ หลังมีการพบ “โดรนต้องสงสัย” บินข้ามจากฝั่งชายแดน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นของฝ่ายตรงข้าม ใช้เพื่อสอดแนม หวั่นระบุพิกัดเล็งเป้าโจมตีคนไทย
ด้านชาวบ้าน ตำบลเสาธงชัย อายุ 62 ปี เปิดเผยว่า ในพื้นที่ตลอดแนวชายแดนชาวบ้านพบเห็นโดรนลักษณะดังกล่าวเป็นประจำ โดยเมื่อค่ำวานนี้ก็พบเห็นบริเวณชายแดนเขาพระวิหาร แถวสัตโสม ทันทีที่พบจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและทหารให้ทราบ
ชาวบ้านยอมรับว่ามีความกังวล กลัวฝ่ายตรงข้ามจะใช้โดรน เพื่อระบุพิกัดภายในเขตไทย แต่ก็จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ เพราะเป็นบ้านเกิดของตน จึงต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง พร้อมเตรียมอพยพหากได้ยินเสียงปืน และในทุกวันจะช่วยกันเฝ้าระวังภัยร่วมกับเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด.



