เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 2-3 เป็นวันที่สอง นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายมาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ว่า ปกติบัตรประชาชนจะประกอบด้วยบัตรสีฟ้าที่มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 16.74 บาท และวัสดุต้นทุนอยู่ที่ 19.67 บาท เฉลี่ยรวม 36.41 บาทต่อบัตร ซึ่งคำของบประมาณที่ขอมาจากกรมการปกครองนั้น ค่าเฉลี่ยงบประมาณการซื้อบัตรและการซื้อวัสดุเคลือบทั้งปี 2568 และ 2569 เท่ากัน ต่างกันแค่จำนวน ประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อให้สต๊อกไม่ขาด และไม่มีปัญหาในแต่ละปี โดยปัญหาเมื่อเปรียบเทียบดูย้อนหลังแล้ว จะพบว่าในปี 2566 และปี 2567 ซื้อได้ในราคา 13-14 บาทต่อบัตร
นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนในปี 2568 มีการซื้อบัตรประชาชนไป 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการซื้ออย่างเร่งด่วนด้วยวิธีการคัดเลือกซึ่งซื้อในราคา 18.50 ต่อบัตร ส่วนล็อตที่สองซื้อได้ในราคา 15.55 บาทต่อบัตร ไม่ได้เป็นไปตามคำขอ เมื่อข้อมูลปรากฏเช่นนี้ ตนได้พูดคุยกับกรมการปกครองในชั้นกรรมาธิการว่าหากซื้อจริงไม่ถึงจำนวนนี้ ขอปรับลดยอดที่ขอมาได้หรือไม่ ให้ใกล้เคียงกับยอดที่มีการจัดซื้อจริง ทั้งนี้ ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 6 ปีใน 8 ล็อตของการซื้อบัตรประชาชนจะอยู่ที่ 16.74 บาทต่อบัตรโดยกรมการปกครองก็ทราบ แต่ยังยืนยันที่จะขอซื้อบัตรประชาชนในใบละ 19.58 บาทเท่าเดิม โดยให้เหตุผลว่าต้องเผื่อไว้เผื่อต้นทุนจะเปลี่ยนแปลง แต่หากดูย้อนหลัง 3-4 ปีต้นทุนไม่ได้แพงขึ้น
นายณัฐพล กล่าวอีกว่า กรมการปกครองของบซื้อบัตรประชาชนเกินจริง ถ้าอีบิดดิ้ง e-bidding ไม่มีปัญหาคงซื้อได้ถูกกว่านี้ ถ้ายอมปรับลดตามจริงจะเหลือเงินปีละ 30-40 ล้านบาท และมองว่าถ้าทำได้จริง ราคาก็จะไม่ถึงเท่าตามที่ขอมา จึงขอฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยว่าให้ติดตามการปรับกรอบเพดานงบประมาณลงมาของบัตรประชาชน ให้เป็นไปตามที่ซื้อจริง และอาจจะนำเงินส่วนต่างไปใส่ในแผนงานอื่นของกระทรวงมหาดไทยที่จำเป็นกว่านี้ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องคงกรอบเงินเดิมไว้.



