เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 5 กระทรวงแรงงาน นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เปิดโอกาสให้ กลุ่มผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างและไรเดอร์ตามแพลตฟอร์ม นำโดย นายสันติ ปฏิภาณรัตน์ นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รับจ้างสาธารณะและคณะ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตยและสมาชิกขับขี่ไรเดอร์ และ น.ส.สุภาพรพันธุ์ประสิทธิ์ กลุ่มไรเดอร์ เซ็นเตอร์ และคณะ เข้าร่วมหารือ เกี่ยวกับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. …. 

นายพงศ์กวิน ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมหารือว่า การพูดคุยในวันนี้ มี 2 ฝั่ง คือฝั่งวินมอเตอร์ไซค์กับไรเดอร์ ซึ่งบางฝ่ายอยากได้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานอิสระ บางฝ่ายก็ไม่อยากได้ พ.ร.บ. วันนี้ตนเลยทำหน้าที่เหมือนผู้ไกล่เกลี่ย ให้ทั้งสองฝ่ายมาคุยร่วมกันว่า สรุปแล้วเราจะเอาแนวทางไหน ถ้าสมมุติเห็นด้วยว่าแนวทางควรจะมี พ.ร.บ. แน่นอนเพื่อให้เกิดความคุ้มครองตามมา แต่ความคุ้มครองที่ท่านต้องการนั้น สิ่งไหนที่รู้สึกว่ายังขาด ก็ขอให้ทั้งสองฝ่ายก็ไปคุยกัน และทำข้อเสนอมา

“เบื้องต้นผมได้ให้กรอบเวลาไปว่า อยากให้ทำให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ว่าใครต้องการอะไรบ้าง จะเพิ่มมาตรการอะไรลงไปใน พ.ร.บ. ก็ว่ามา หรือต้องการปรับแก้อย่างไรก็ให้ว่ามา ซึ่งจะพยายามให้จบภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นจะได้นำสู่กระบวนการต่อไป” รมว.แรงงาน กล่าว 

เมื่อถามว่า กฎหมายตัวนี้จะครอบคลุมคำว่าแรงงานนอกระบบทุกประเภทเลยไม่ได้แยกว่าเป็นแรงงานนอกระบบ กับแรงงานแพลตฟอร์มใช่หรือไม่ นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ในส่วนนี้เราจะมาออกเป็นกฎหมายรองอีกทีหนึ่ง ซึ่งจะแยกออกมาว่าเป็นคนขับจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นอย่างไร ไรเดอร์ที่ขับผ่านแพลตฟอร์มเป็นอย่างไร กลุ่มแม่บ้านเป็นอย่างไร เป็นต้นซึ่งจะมีการแยกให้ชัดหลังจากที่กฎหมายหลักออกมาแล้ว

เมื่อถามต่อว่า เฉพาะที่คุยกันวันนี้ของกลุ่มผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างทั้งวินมอเตอร์ไซค์และไรเดอร์ตามแพลตฟอร์ม มีอะไรที่เขาเห็นตรงกันและเห็นแตกต่างกันบ้าง นายพงศ์กวิน กล่าวว่า สิ่งที่เขายังเห็นแตกต่างกันอยู่ เช่น บางฝ่ายอยากให้มีการเก็บเงินเข้ากองทุน บางฝ่ายยังไม่อยากให้มีการเก็บเงินเข้ากองทุน เนื่องจากว่าไรเดอร์นั้น บางคนมีสภาพเป็นลูกจ้างของบริษัทอื่นอยู่แล้ว แต่บางคนก็ไม่ได้มีสภาพเป็นลูกจ้าง ดังนั้นสถานภาพแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ตนจึงบอกว่า หากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่จะต้องแก้อันดับแรก คือเนื่องจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่บังคับครอบคลุมสำหรับทุกคน แต่ระยะแรกก็ให้เป็นแบบสมัครใจ คนไหนที่รู้สึกไม่สบายใจที่จะเข้าร่วมก็ไม่ต้องเข้า คนไหนที่รู้สึกสบายใจก็เข้ามาได้ เป็นต้น.