เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีคลิปเสียงการซื้อโหวต สส.พรรคประชาชน เพื่อให้ลงมติผ่านร่างกฎหมาย เป็นการดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ ว่า ฟังดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น แต่ข้อเท็จจริงพี่น้องประชาชนคงได้เห็นแล้วว่า พรรคประชาชนไม่ได้มาลงคะแนนให้กับรัฐบาล แต่การปูดข่าวว่ามีคนนำเงินไปให้ จริงๆ เรื่องนี้ต้องทำให้กระจ่างชัด ในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งสำคัญคือ ต้องให้ทุกคนทราบในข้อเท็จจริง แนวทางคือ ควรจะแจ้งความดำเนินคดี เพราะวิธีการแบบนี้ เหมือนเป็นการหลอกลวง ต้มตุ๋น ต้องทำให้ชัดเจนว่าใครโทรฯ เข้ามา เพราะเส้นทางโทรศัพท์ตามได้อยู่แล้ว ดำเนินการให้ชัดเจนถูกต้อง ประชาชนจะได้เข้าใจว่าเรื่องอย่างนี้ไม่ได้มีข้อเท็จจริงเลย 

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องกระจ่างชัด จะได้ตามได้ว่าเป็นใคร พรรคการเมืองไหน ต้องเปิดเผย อย่าพูดกำกวมให้คนคิดสารพัด คิดบวกคิดลบกับพรรคการเมืองบางพรรคกับรัฐบาลก็ไม่ถูกต้อง ซึ่งวิธีการที่ถูกต้อง คือดำเนินการด้วยการแจ้งความ ทุกอย่างต้องให้ชัดเจน อย่าไปหมัก เพราะรู้เบอร์ไหนโทรฯ มา และสามารถตามได้อยู่แล้ว ถ้าทำอย่างนี้ความน่าเชื่อถือจะไม่มี ในการเป็นนักการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน ออกมาอย่างนี้ก็ต้องตามจับผู้หญิงคนที่เขาว่าออกมาให้ได้ จะรู้ว่าพรรคการเมืองไหนที่ใช้มา 

“ต้องทำให้ชัดเจน เดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะเข้าใจผิดว่าในสภามีการซื้อเสียงกันด้วยหรือ งบประมาณฯ ผมบอกว่าจะผ่าน 10-20 เสียงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเรายอมรับว่า เราเป็นเสียงปริ่มน้ำ แต่ทุกคนถึงเวลามาประชุมจริงๆ ก็ครบ” นายวิสุทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า งบประมาณปี 2569 ผ่านแล้ว หลังจากนี้รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป ว่า เรื่องงบประมาณหลังจากนี้ต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณาก่อน และขณะนี้รัฐบาลรีบทำอย่างหนัก คือ การปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซาก การจัดระเบียบสังคม แหล่งมั่วสุมต่างๆ ซึ่งตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้การแต่ละจังหวัดดำเนินการอย่างหนัก ผลจะปรากฏตามที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวไว้ว่า ภายใน 3 เดือน สิ่งที่สำคัญ คือ สินค้าการเกษตรรัฐบาลต้องกลับมาทำให้ดีขึ้น เพื่อช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน เรื่องชายแดนขณะนี้รัฐบาลทำได้ดีอยู่แล้ว มั่นใจว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า งานสภาหลังจากนี้ มีหลายเรื่องที่ต้องเร่งทำ และถือว่าครั้งนี้ได้เห็นว่าแม้เสียงปริ่มน้ำ ต้องมีความรักและความสามัคคีกันในพรรคร่วมรัฐบาล เดินหน้าได้เต็มที่ไม่มีอะไร