เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 ส.ค.ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ เป็นประธานการประชุม สมช. โดยมี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะรักษาราชการรมว.กลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ต่อมาเวลา 18.00 น. นายภูมิธรรม แถลงผลการประชุมว่า เราเตรียมจะดำเนินการฟ้องร้องกัมพูชา รวมทั้งผู้นำกัมพูชา ที่เป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายได้พิจารณากัน และขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รับเรื่องนี้แล้ว และตร.มอบหมายกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ให้เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และหน่วยราชการต่างๆ และคดีบุคคลต่างๆ ในการดำเนินการร้องเรียนให้ทำเรื่องตรงจุดนั้น จากนั้นให้ส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อรับหน้าที่ในการฟ้องร้อง ทั้งหมดจะเป็นฟ้องในประเทศ เพราะกระทบต่อความมั่นคง และทรัพย์สินของประชาชน โดยผู้ก่อเหตุอยู่ภายนอกประเทศ จุดสำคัญคือเราจะฟ้องเฉพาะในประเทศเท่านั้น จะไม่ไปฟ้องที่กฎหมายระหว่างประเทศ เพราะเราทำในหน้าที่กรอบตรงนี้ ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ ถ้าหากเราไม่ทำอาจจะโดนข้อหา มาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ฉะนั้นเรื่องนี้เราจะดำเนินเรื่องนี้โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดทำหน้าที่ทนายแผ่นดินรับเรื่องฟ้องร้อง โดยมีตำรวจและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นตัวกลางในการสอบสวนรวบรวมเอกสารทั้งหมด จากนี้จะต้องเฝ้าระวังให้เต็มที่มากขึ้น ซึ่งเรายังดำเนินการไปตามแผนงานเรื่องนี้ต่อจนกว่าการเจรจาและการพูดคุยจะคลี่คลายไปในทิศทางไหนก็จะปรับปรุงจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติ
เมื่อถามว่า การฟ้องภายในประเทศ เราจะเอาผู้ต้องหาเข้ามาอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นการฟ้องที่สามารถดำเนินการได้ เป็นคดีที่เป็นการฝากขัง ถ้าเข้ามาในประเทศเจอเมื่อไหร่ก็จับ

เมื่อถามย้ำว่าจะฟ้องทั้ง สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และนายฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ให้อัยการสูงสุดไปดู และรวบรวมคดีดำเนินการตามข้อเท็จจริงตามกฎหมาย เมื่อถามอีกว่า จะฟ้องข้อหาเจตนาฆ่าเลยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ผมไม่ใช่ทนาย เป็นคดีทั้งอาญาและแพ่ง”
เมื่อถามด้วยว่า ทำไมเราไม่ดำเนินการฟ้องโดยใช้กฎหมายระหว่างประเทศ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อชีวิตทรัพย์สินในประเทศ รวมทั้งสถานที่ราชการต่างๆ แต่ว่าผู้ก่อเหตุอยู่นอกประเทศ วันนี้เราก็ดำเนินการภายในประเทศตามอำนาจหน้าที่ที่ทำได้เลย ส่วนต่างประเทศนั้น เราไม่ได้รับขอบเขตอำนาจของศาลโลก ฉะนั้นตรงนี้ก็ยังไม่ไปถึงตรงนั้น
เมื่ออีกว่า เราจะสามารถสืบหาเส้นทางการเงินของเครือข่ายนักการเมืองกัมพูชาในไทย หรือเส้นทางการเงินของสมเด็จฮุน เซน สามารถทำได้เลยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องไปพิจารณาให้เหมาะสม ถ้าจะทำก็ยังพูดไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรมาพูด
เมื่อถามต่อว่า ถ้าจะทำเขาก็อาจจะรู้ตัวใช่หรือไม่ ถ้าเราพูดไปก่อน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ใช่ เรายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ เป็นเรื่องการดำเนินการตามปกติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อถามอีกว่า จะยังมีศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) อยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ยังไม่ได้พูดว่าจะยุบเลยซักคำ”
เมื่อถามถึงเรื่องเงินเยียวยาชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) จะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 19 ส.ค.หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด อาจจะมี ไม่แน่ใจ ต้องไปดู.



