จากกรณียูทูบเบอร์สาวแชร์ประสบการณ์กินไข่เจียวปูร้านดัง โดยราคาในเมนู 1,500 บาท แต่เมื่อคิดราคาจริง ร้านกลับคิดค่าไข่เจียวปู 4,000 บาท ทั้งที่ไม่ได้สั่งพิเศษ อยู่ๆ โดนอัปเกรดปูแบบไม่แจ้งล่วงหน้า ถึงขั้นหลายคนแนะนำให้แจ้ง สคบ.

นอกจากนี้ด้าน “นายศุภณัฐ มีนชัยนนท์” สส.พรรคประชาชน แนะนำว่า ให้แจ้ง สคบ. ได้ และหากเรื่องไม่คืบ สามารถนำหลักฐานยื่นร้องต่อกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคได้ อีกทั้ง “นายจตุพร บุรุษพัฒน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งให้กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ราคาที่เรียกเก็บกับผู้บริโภค ต้องตรงกับราคาที่ระบุไว้ในเมนู ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

จากเหตุการณ์ดราม่า “ไข่เจียวปู” ร้านเจ๊ไฝ ที่เกิดขึ้นนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. “ดร.ภัทราภา ชาดิษฐ์” ผู้อยู่ในเหตุการณ์พร้อมยูทูบเบอร์ดัง ได้ออกมาเปิดใจผ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” ยืนยันว่า “ร้านเจ๊ไฝถือเป็นร้านอาหารไทยเก่าแก่ ที่มีชื่อเสียงด้านรสชาติอร่อย วัตถุดิบที่ใช้มีการเลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน คุณภาพสูง และที่สำคัญถึงร้านจะมีลูกค้ามากมายจากทั่วสารทิศทั้งไทยทั้งเทศ แต่เจ้าของร้านและพนักงานทุกคน จำได้เสมอว่าลูกค้าประจำคนไหนชอบทานอะไร เพราะมีความคุ้นเคยกัน จนเรียกได้ว่า “รู้ใจกัน” และเป็นร้านอาหารตามสั่ง ที่ถ้าเป็นลูกค้าหน้าเดิมเดินเข้าไปแทบจะไม่ต้องสั่งเลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องอธิบาย เจ๊จำได้ว่าลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอะไร อาหารจึงออกมาตรงใจเสมอ ทำให้เรารู้สึกเป็น “คนพิเศษ” นี่คือเสน่ห์ของร้านแบบไทยๆ ที่อบอุ่นและใส่ใจ”

อีกทั้ง “จากเรื่องที่มีการพูดถึงราคาไข่เจียวปู ในวันที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็เป็นไปตามที่อธิบายด้านบนว่า เจ๊ไฝทำอาหารตามที่ลูกค้าประจำเคยทาน และอาจจะไม่ได้มีการอธิบายให้กับเพื่อนที่มาด้วยกันให้รับทราบ จึงเกิดการเข้าใจผิดขึ้น ซึ่งเป็นการจัดทำให้สำหรับลูกค้าคุ้นเคยหรือลูกค้า VVIP เท่านั้นค่ะ ความเข้าใจผิดในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปในวงกว้าง และเกิดความเสียหายกับทางร้านเรา จึงอยากออกมาอธิบายให้ทราบว่า ทางร้านเจ๊ไฝนั้นไม่ได้มีเจตนาจะเอาเปรียบลูกค้าแต่อย่างใด และทางลูกค้าที่ทานกันเป็นประจำ ก็เข้าใจเมนูนี้เป็นอย่างดี และทาง ดร.ภัทร เองก็มีการอธิบายกันกับเพื่อน (Peachii) เรียบร้อยค่ะ จึงออกมาอธิบายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทางร้าน”

อย่างไรก็ตาม “เจ๊ไฝนั้นถือเป็นตำนานแห่งผู้ทำอาหารตามสั่งชั้นเลิศแห่งประเทศไทยเลยทีเดียว ผู้วิจารณ์นั้นเป็นผู้ใหม่ที่เข้ามาร่วมรับประทานกับผู้ที่คุ้นเคย และทานประจำอยู่กับเจ๊ไฝ เจ๊ไฝจึงทำอาหารแบบ VVIP ให้แบบชนิดมองตาก็รู้ใจ โดยที่ผู้วิจารณ์นั้น วิจารณ์ไปโดยไม่รู้เรื่องเช่นนี้มาก่อน เรื่องราวจึงเป็นอย่างนี้ น่าเสียใจนะที่ตัวเจ๊ไฝเองจะต้องมาห่อเหี่ยวใจหมดแรงใจไปกับความปรารถนาของตัวเองเช่นนี้ น่าเสียดาย ที่ความรู้สึกดีๆ ของผู้ที่มีความตั้งใจปรุงอาหารชั้นเลิศ ให้กับผู้ที่บริโภค และลูกค้าที่ตั้งใจเข้าชิมนั้น จะต้องถูกบั่นทอนลงด้วยคำวิจารณ์ในลักษณะนี้” ดร.ภัทราภา ชาดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย..