เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่รัฐสภา กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าสวัสดิการของสภาผู้แทนราษฎรเดิม นำโดยนายศุภโชค เวชราภรณ์ ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความเป็นธรรมจากการกระทำของคณะกรรมการสวัสดิการสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน โดยนายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สส.พิษณุโลก พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนในการรับหนังสือ เพื่อนำเสนอต่อนายวันมูหะมัดนอร์ 

นายศุภโชค กล่าวว่า จากนโยบายของผู้บริหารรุ่นเก่าที่สนับสนุนการมีอาชีพเสริมให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยและญาติพี่น้องของข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าของชีพ จึงได้มีการช่วยเหลือข้าราชการและญาติพี่น้องของข้าราชการ ให้เข้ามาประกอบอาชีพร้านอาหาร อีกทั้งพวกตนได้มีการทำสัญญาเช่าพื้นที่ปีต่อปี แต่หลังจากที่มีคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามา พวกตนพยายามทวงถามถึงการต่อสัญญาเช่าร้านของปี 2568 แต่คณะกรรมการชุดใหม่จะบ่ายเบี่ยง บอกพวกเราว่ากำลังจะปรับปรุงชั้นบีสอง เพราะบริเวณชั้นหนึ่งทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียกคืนพื้นที่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ และคณะกรรมการชุดใหม่ส่งประกาศทางไลน์กลุ่มร้านค้าว่าจะมีการคัดเลือกร้านค้าใหม่จะพิจารณาทางร้านเก่าและร้านใหม่ ทำให้พวกตนคิดว่าจะได้สิทธิและโอกาสในการคัดเลือกลงไปชั้นบีสองด้วย แต่เมื่อช่วงประมาณเดือนเมษายน ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ข้าราชการตอบแบบสำรวจร้านค้าสวัสดิการสภาผู้แทนราษฎรชั้นหนึ่ง ซึ่งพวกตนไม่มีใครทราบว่ามีแบบสอบถามเพื่อจะเป็นแบบประเมินสำรวจนำมาเป็นข้ออ้างอิงโต้แย้งขับไล่พวกตนออกจากพื้นที่

นายศุภโชค กล่าวต่อว่า ดังนั้น เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสวัสดิการ สำนักคลังและงบประมาณ ได้ให้พวกตนเซ็นรับเอกสารแกมบังคับ แต่หนังสือยังไม่ได้รับทันที ซึ่งหนังสือฉบับดังกล่าวตามมาหลังจากเซ็นรับเรียบร้อยแล้ว พวกตนจึงได้รู้ว่าเป็นหนังสือขับไล่พวกตนภายในวันที่ 15 ส.ค. ดังนั้นที่พวกตนมาวันนี้ จึงอยากเรียกร้องให้นายวันมูหะมัดนอร์ ลงมารับหนังสือเพื่อช่วยแก้ปัญหาปากท้อง ที่อยู่ดีๆ ต้องตกงานไม่มีอาชีพจะมาดูแลครอบครัว แล้วพวกเราจะอยู่กันอย่างไรกับเศรษฐกิจช่วงนี้ที่ค่าครองชีพสูงมาก

นายศุภโชค กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังขอให้ช่วยแบ่งพื้นที่ทำมาหากินให้พวกเรา เพื่อข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีรายได้อันน้อยนิดจะได้มีทางเลือกหาซื้ออาหารที่มีราคาย่อมเยา รวมถึงขอให้ประธานสภา เสียสละเวลาให้พวกเราได้เข้าพบและพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งด้านกฎหมายสัญญา และความเป็นธรรมในการบอกเลิกสัญญา อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้เราจะไปออกรายการให้สัมภาษณ์ทางสื่อโทรทัศน์หลายรายการ ซึ่งเราได้ติดต่อไว้แล้ว และจะยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ด้านนายศุภปกรณ์ กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องนี้เข้าไปหารือใน กมธ.กิจการสภา ต่อไป.