สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ว่า นางคริสตี โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มทาสีเสาเหล็กขนาด 30 ฟุต หรือราว 9 เมตร ที่ใช้เป็นรั้วกั้นระหว่างพรมแดนแล้ว ซึ่งเป็นคำสั่งจากทรัมป์โดยตรง และคาดหวังว่า สีดำจะช่วยชะลอการเกิดสนิม และสามารถป้องกันไม่ให้ผู้อพยพปีนกำแพง เนื่องจากสีจะช่วยให้พื้นผิวของมัน “ร้อนระอุจนแตะไม่ได้”

เมื่อถูกถามถึงคำวิจารณ์ที่ว่า การกระทำเช่นนี้อาจทำให้สภาพความเป็นอยู่ของผู้อพยพเลวร้ายลง โนเอมกล่าวว่า “อย่าแตะต้องมัน” และ “ประชาชนต้องมีทางเลือก”

ทั้งนี้ทั้งนั้น เธอไม่ได้เปิดเผยว่า โครงการทาสีครั้งนี้จะมีค่าใช้จ่ายเท่าใด หรือใช้เวลานานเพียงใด แต่ได้ร่วมทาสีลงบนรั้วด้วยตัวเองเล็กน้อย ระหว่างการปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชน ที่เมืองซานตาเทเรซา ในรัฐนิวเม็กซิโก

ด้านนายวอลเตอร์ สโลซาร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชั่วคราวประจำพื้นที่เอล ปาโซ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันตกสุดของรัฐเทกซัส และทั่วทั้งรัฐนิวเม็กซิโก กล่าวว่า ค่าเฉลี่ยในการจับกุมผู้อพยพใน 7 วัน อยู่ที่ประมาณ 41 คนต่อวัน และผู้อพยพ 9 คนที่ข้ามไปได้โดยไม่ถูกสกัด

ขณะนี้ สหรัฐยังคงเดินหน้าก่อสร้างรั้วเพื่ออุดช่องว่างในซานตาเทเรซา หลังเพิ่งติดตั้งกำแพงใหม่ราว 11 กิโลเมตร.

เครดิตภาพ : AFP