เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จุดที่เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ลูกระเบิดจากฝั่งกัมพูชาตกใส่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊ม จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สร้างความสูญเสียและโศกเศร้าแก่คนในพื้นที่อย่างหนัก แม้เวลาผ่านมาเกือบเดือน แต่ปั๊มดังกล่าวยังคงเป็นจุดที่มีประชาชนแวะเวียนเข้ามาดูสภาพร้านสะดวกซื้อที่พังเสียหาย ขณะเดียวกันก็มีผู้คนนำดอกไม้สีขาวมาวางเพื่อไว้อาลัยผู้สูญเสีย
แม้ความหวาดผวายังปกคลุมชุมชน แต่ผู้ประกอบการหลายรายพยายามลุกขึ้นสู้ชีวิตอีกครั้ง โดยเฉพาะร้านบริการด้านความงามที่ตั้งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 20 เมตร ไม่ว่าจะเป็นร้านทำผม ต่อขนตา หรือสักคิ้ว หนึ่งในนั้นคือร้านทำเล็บเจลของ น.ส.นิตชิญา ทองลือ อายุ 34 ปี ซึ่งตัดสินใจกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ
น.ส.นิตชิญา เล่าว่า วันเกิดเหตุระเบิดตนอยู่ในร้านและหวาดกลัวอย่างมาก จนต้องย้ายออกไปเช่าห้องพักในตัวอำเภอเพื่อเปิดบริการชั่วคราว แต่หลังปั๊มกลับมาใช้ไฟฟ้าและน้ำได้ตามปกติ ตนสอบถามลูกค้าหลายรายซึ่งต่างยืนยันว่าไม่กังวล จึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง “ความจริงไม่กลัวระเบิดเท่ากับกลัวไม่มีเงินใช้ เพราะเรายังมีภาระต้องดูแล” เจ้าของร้านกล่าวด้วยรอยยิ้มเจือความมุ่งมั่น

เธอยอมรับว่าช่วงที่ร้านต้องปิดไปทำให้สูญเสียรายได้จำนวนมาก การไปเริ่มต้นใหม่ก็ไม่ง่าย เพราะลงทุนปรับปรุงร้านไปแล้วไม่น้อย ดังนั้นเมื่อโอกาสเปิดร้านอีกครั้งมาถึง จึงขอเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป รับเฉพาะลูกค้าที่จองคิวล่วงหน้าเพื่อความสะดวกและปลอดภัย พร้อมหวังว่าเมื่อร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มกลับมาเปิด บรรยากาศการค้าขายจะคึกคักเหมือนเดิม
ด้านเจ้าของปั๊มน้ำมันได้ประกาศยกเว้นค่าเช่าให้ผู้ประกอบการในปั๊มเป็นเวลา 3 เดือน หรือจนกว่าการก่อสร้างร้านสะดวกซื้อจะแล้วเสร็จ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ไม่สงบครั้งนี้
แม้ความสูญเสียยังคงฝังใจ แต่ชาวบ้านต่างสะท้อนเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดคือ “สันติภาพที่ยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมอาคารหรือการเยียวยาชั่วคราว ทุกคนอยากกลับมาใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องหวาดผวากับเสียงปืนใหญ่หรือระเบิดจากชายแดนอีกต่อไป



