จากกรณี “เดลินิวส์” นำเสนอเรื่องราวของ คณะสำรวจตามรอยอดีต “ทางรถไฟสายมรณะ” สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานีรถไฟบ้านนิเถะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้เกิดปรากฏการณ์น้ำแห้งแม่น้ำรันตี มองด้วยตาเปล่าเห็นเป็นรูปทางรถไฟ สภาพอย่างสมบูรณ์ รวมไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น มีมุมมองบางอย่างที่ผู้คนอาจหลงลืมไปนั่นก็คือ “กรรมกรเอเชีย” เพราะส่วนใหญ่แรงงานที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดก็คือ เชลยศึกผิวขาว ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ สหรัฐ ทั้งที่ความจริงแล้ว “กรรมกรเอเชีย” ถูกใช้แรงงานในการก่อสร้างทางรถไฟมากกว่าหลายเท่า โดยกลุ่มแรงงานในสมัยนั้นประกอบไปด้วย

แรงงานชาวทมิฬ (อินเดีย)
แรงงานชาวพม่า
แรงงานชาวมลายู (มาเลเซีย)
แรงงานชาวชวา (อินโดนิเซีย)
แรงงานชาวไทย
แรงงานชาวเวียดนาม
แรงงานชาวจีน (กรรมกรจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
แรงงานชาวกัมพูชา
แรงงานชาวลาว

สำหรับทางรถไฟสายมรณะ มีการใช้แรงงานชาวเอเชีย จำนวนกว่า 230,000-250,000 คน (ข้อมูลบางแหล่งมีมากถึง 300,000 คน ส่วนเชลยศึกรวมกำลังทั้งหมด 60,000 นาย) หากเทียบอัตราส่วนแล้ว เชลยศึกมีจำนวนน้อยกว่ากรรมกรเอเชียถึง 4 เท่า ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตของกรรมกรเอเชีย อยู่ที่ประมาณ 90,000-100,000 คน หรือ 40% ของจำนวนกรรมกรทั้งหมด (ใน 100 คนจะมีคนเสียชีวิตประมาณ 40 คน) ส่วนฝ่ายเชลยศึก จำนวนผู้เสียชีวิตมีประมาณ 13,000 คน หรือ 21% ของเชลยศึกทั้งหมด (ใน 100 คน จะมีเชลยศึกเสียชีวิตประมาณ 21 คน)

หากเปรียบเทียบสภาพความเป็นอยู่ของกรรมกรเอเชียกับเชลยศึกสัมพันธมิตร เชลยศึกสัมพันธมิตรที่ว่าความเป็นอยู่ที่แย่แล้ว แต่กรรมกรเอเชียแย่กว่าหลายเท่าตัว ทั้งไม่มีหมอ ไม่มียา ขาดความรู้ในการป้องกันโรคระบาดในเขตร้อน ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตของกรรมกรเอเชียมีมากมาย ลักษณะการใช้แรงงานจะขนครอบครัวมาทั้งหมด พอเวลาติดโรคติดต่อ จึงทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่สามารถคาดเดาได้ว่าตัวเลขที่แท้จริงจะมีมากเท่าไร

ประวัติศาสตร์ของทางรถไฟสายมรณะ เมื่อเราฉายไฟเข้าใส่ สิ่งที่ปรากฏที่คนส่วนใหญ่เห็นคือภาพเชลยศึกที่สร้างทางรถไฟอย่างยากลำบาก ภาพคนผิวขาวที่ถูกใช้แรงงานอย่างหนักจนซูบผอม แต่ในที่แสงส่องไปไม่ถึง มันคือเงาอันมืดมิด ที่ยังมีเรื่องราว “กรรมกรเอเชีย” มาใช้แรงงานสร้างทางรถไฟในสภาพที่เลวร้ายกว่ามาก แต่กลับไม่มีใครให้ความสนใจ
ขอบคุณข้อมูลจาก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ
การรถไฟแห่งประเทศไทย
เพจฟาร์มอ้นสังขละบุรี



