เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ มีประเด็นหนึ่งที่เขาสงสัยและสามารถตั้งข้อสังเกตได้ เนื่องจากไม่เกี่ยวกับข้อมูลทางคดี

คือประเด็นที่มีข่าวว่า พบเถ้าอัฐิของผู้ป่วยที่เก็บไว้ที่วัดพระบาทน้ำพุประมาณ 100,000 ราย ทำให้เกิดความสงสัยว่า “มันเป็นความจริงหรือ?”

ทนายเกิดผลชี้ว่าต้องนึกถึงสภาพวัดพระบาทน้ำพุเมื่อ 33 ปีก่อน ตอนที่วัดสร้างใหม่ๆ และมีผู้ป่วยโรคเอดส์ไปพักอาศัยที่วัด ซึ่งสมัยนั้นวัดคงยังไม่เจริญเท่าปัจจุบัน และสถานพยาบาล หรือสถานที่เก็บศพที่เป็นอาคารถาวรวัตถุก็คงยังไม่มี

ถ้ามีอัฐิของผู้ป่วยมากมายเป็นแสนรายจริง จะมีผู้ป่วยอยู่ในวัดจำนวนมากมายขนาดไหนแม้จะรวมกันหลายปี?

วัดเริ่มเป็นสถานที่รับดูแลและฟื้นฟูผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 33 ปี ถ้าหากเฉลี่ยจำนวนผู้ป่วยที่เสียชีวิต 100,000 ราย จะเฉลี่ยได้ปีละ 3,030 ราย ไม่รวมคนป่วยที่รอดชีวิตอีกหลายพันราย

ถ้ามีผู้ป่วยมากมายขนาดนั้น ตอนนั้นวัดพระบาทน้ำพุเอาผู้ป่วยไปไว้ที่ไหน เพราะสถานพยาบาลและที่พักยังไม่ได้มีเพียงพอหรือใหญ่โตเหมือนปัจจุบัน

ประกอบกับไม่เคยได้ยินข่าวจากพยาบาลจิตอาสาทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เคยเข้ามาบริการจิตอาสาในวัด ไม่เคยมีใครพูดถึงผู้ป่วยจำนวนมหาศาลขนาดนี้

ข้อมูลผู้ป่วยจำนวนมากมายและคนที่เสียชีวิตไปมากมายขนาดนี้ ทำไมเพิ่งมาปรากฏครั้งนี้?

หากเป็นความจริงก็ต้องมีหลักฐานว่ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้นที่วัดแห่งนี้จริง เพราะกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนว่า การแจ้งตายเจ้าบ้านต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องที่ ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน และต้องไปขอใบมรณบัตรที่อำเภอ

ดังนั้น หากมีคนเสียชีวิตเป็นจำนวนถึงแสนรายในระยะเวลา 33 ปี ที่อำเภอเมืองจังหวัดลพบุรีก็ต้องมีข้อมูลในการแจ้งตายด้วย

แต่หากมีจริง ผมก็ยังมีความเวทนาว่า ณ เวลานั้น ผู้ป่วยจำนวนมากมายมหาศาลขนาดนั้น กับสถานพยาบาลที่เล็กขนาดนั้น ทั้งผู้ดูแลก็มีจำนวนน้อยและทรัพยากรก็มีน้อยมากเทียบกับปัจจุบัน ซึ่งก่อนเสียชีวิต พวกเขาจะทุกข์ทรมานขนาดไหน!

ขอบคุณเพจทนายเกิดผล แก้วเกิด