เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 127 บ้านโจด หมู่ 9 ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม หลังเกิดกระแสข่าวว่าพระอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ อาจมีความเกี่ยวข้องกับครอบครัว “พลมุข” ในพื้นที่

ที่บ้านพบกับ นายเสริมวิทย์ พลมุข อายุ 85 ปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพ่อของพระอลงกต โดยเจ้าตัวชี้แจงว่า ตนมีลูกชาย 3 คน คนโตชื่อ อลงกต พลมุข แต่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2566 คนกลางยังมีชีวิตอยู่ ส่วนคนเล็กเสียชีวิตเช่นกัน ยืนยันชัดเจนว่า พระอลงกตไม่ใช่ลูกชาย ไม่ใช่ญาติ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับครอบครัว เพียงแต่มีชื่อและนามสกุลตรงกับลูกชายของตนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ดร.ดาหวัน ทะสา นายก อบต.กู่ทอง ซึ่งเป็นหลานสาวของนายเสริมวิทย์ และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายอลงกต (ผู้เสียชีวิต) กล่าวว่า ครอบครัวเคยสงสัยอยู่บ้างที่พระอลงกตมีชื่อ-นามสกุลตรงกัน จึงพูดคุยกันในหมู่ญาติ แต่ไม่เคยเชื่อว่าเป็นคนเดียวกัน โดยลูกชายตัวจริงของนายเสริมวิทย์ เกิดปี 2505 เรียนที่ขอนแก่น และต่อมาสอบบรรจุราชการที่ราชบุรี ก่อนเสียชีวิตเมื่อปี 2566

ญาติยังเล่าว่า ก่อนหน้านี้ อ.เฉลิมพล พลมุข อาจารย์ที่ราชภัฏอยุธยา เคยสอบถามเรื่องชื่อนามสกุล กระทั่งพบว่ามีลูกศิษย์ใช้นามสกุลเดียวกัน จึงเกิดการเข้าใจผิดว่าเป็นญาติ

นายเสริมวิทย์ย้ำว่า ครอบครัวไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความเสียหายต่อพระอลงกต เพราะท่านเป็นผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมมายาวนาน เพียงแต่อยากให้ภาครัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงให้โปร่งใส เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย รวมถึงป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะด้านธุรกรรมทางการเงิน หากข้อมูลส่วนบุคคลมีความคล้ายคลึงกันเกินไป