เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ เบื้องต้นผลลัพธ์มีการดำเนินการจับกุมการลักลอบขนยาไอซ์ลอตใหญ่ ใน 3 พื้นที่ จ.เชียงใหม่ นราธิวาส และ เลย กว่า 2,100 กิโลกรัม รวมถึงจับกุมการลักลอบขนยาบ้าที่ จ.แพร่ อีกกว่า 2 ล้านเม็ด ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างของการดำเนินมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบาย No Drugs No Dealers ซึ่งรัฐบาลเพื่อไทยช่วงที่ผ่านมาไม่เพียงแต่ดำเนินการกับผู้ค้ารายใหญ่เท่านั้น ในหลายจังหวัดมีการดำเนินการนำตัวผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดแล้วกว่าหลาย 10,000 ราย ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากธวัชบุรีโมเดล และท่าวังผาโมเดล ซึ่งมีการเริ่มต้นดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม ซึ่งเชื่อมั่นว่า ปัญหายาเสพติดที่เป็นปัญหาเรื้อรัง หลังจากที่พ้นยุครัฐบาลไทยรักไทยมาแล้ว จะถูกแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพโดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรามี รมว.มหาดไทย ที่มาจากพรรคเพื่อไทย
น.ส.ชญาภา กล่าวว่า วันนี้เราเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่เรื้อรัง และกัดกินใจของพี่น้องประชาชนมาอย่างยาวนาน อย่างเป็นระบบ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายราชการที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พี่น้องประชาชน ถึงแม้ว่าจะมีตัวเลขการจับกุม ยึดทรัพย์พ่อค้ารายใหญ่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเป็นจำนวนมาก แต่เรายังไม่พอใจ เราไม่ถือว่าเป็นดัชนีความสำเร็จ หรือ KPI สมบูรณ์เพียงพอ อย่างที่ รมว.มหาดไทย ได้เคยกล่าวไว้ว่าจนกว่าจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าปัญหายาเสพติดดีขึ้น และหมดไป ซึ่งตนเชื่อว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่เริ่มเห็นผลของความเปลี่ยนแปลงแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนเป็น สส.ในพื้นที่ของเขตอำเภอธวัชบุรี ซึ่งเป็นต้นแบบให้กับหลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนถึงความเปลี่ยนแปลงว่าเริ่มเป็นพื้นที่สีขาว และพี่น้องประชาชนรู้สึกมีความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ลูกหลานเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติดตามที่รัฐบาลได้วางเป็นแนวทางไว้ว่า จะเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติด และยกปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ
“ที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยคือ KPI พรรคเพื่อไทย และรัฐบาลต้องการไปให้ถึงคือการเห็นรอยยิ้มของพี่น้องประชาชน เห็นความภาคภูมิใจของครอบครัวที่ได้ลูกหลานกลับคืนมาจากยาเสพติด นี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องการ และตนยืนยันว่า หากเรายังไม่มองเห็นสิ่งนี้ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะไม่หยุดเดิน เราจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง” น.ส.ชญาภา กล่าว



