เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา และรองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ประกาศขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.กำหนดชั่วโมงการทำงานบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข หลังมีปัญหาภาระงาน และแห่ลาออกเป็นอันดับต้นๆ ของทุกกระทรวง พร้อมเชิญชวนเลือกตั้งครั้งหน้า เลือกพรรคที่แก้ปัญหาสาธารณสุขอย่างแท้จริง ว่า ตนพร้อมรับฟังแนวทางต่างๆ รวมถึงกฎหมายที่จะผลักดัน หรือจะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็จะมีคณะกรรมการช่วยกลั่นกรอง แต่อย่างไรก็ตาม ตนไม่ขัด และยินดีรับฟัง ซึ่งก็เป็นอีกแนวทางที่ดี

เมื่อถามว่าในฐานะผู้กำหนดนโยบายจะมีการดำเนินการอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆ เวลาการทำงานจะปรับจะเปลี่ยนไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญต้องอยู่ที่คุณภาพของงาน การให้บริการประชาชน ต้องคิดให้ใคร่ครวญว่า มีประโยชน์อย่างไรกับประชาชน แต่ในเรื่องลดภาระงานนั้น ตนมีนโยบายในเรื่องการป้องกันโรคเป็นสำคัญ เมื่อคนสุขภาพดีก็จะลดการมาโรงพยาบาล ลดภาระงานได้ทางหนึ่ง

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข พ.ศ. … ซึ่งเป็นร่างกฎหมายแยกตัวออกจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น ก็ต้องทำในมาตรการอื่นๆ มาช่วยเสริมด้วย ซึ่งแนวทางของ นพ.วีระพันธ์ ถือเป็นเรื่องถูกต้อง ก็ช่วยกันทุกทาง

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ขาดแคลนนั้น มีนโยบายหลายอย่างควบคู่กัน อย่างการแก้ปัญหาทางตรง คือ ผลิตเพิ่มแต่ใช้เวลานาน จึงต้องมีมาตรการอื่นๆ อย่างลดผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งมีถึง 3 ใน 4 ส่วนของผู้ป่วยนอกทั้งหมด จากการเข้ารักษาตัว หากลดลงก็เบาลง รวมไปถึงการให้บริการที่มองว่า ควรมี “มินิคลินิก” และการจัดบริการการแพทย์ทางไกล หรือ เทเลเมดิซีน ซึ่งตนได้พบกับ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร หรือ อสส. ก็มีปัญหาเรื่องการรับบริการ ก็จะนำมาช่วยได้ ซึ่งจะแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงใช้หมอเกษียณเข้ามาช่วยโดยดึงเอกชนร่วมลงทุน เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขด้วยบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) แสดงว่าให้ความสำคัญจะขยายทั่วประเทศหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า  เรื่องนี้สืบเนื่องจากหารือกันในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อมาหารือเรื่องนี้ โดยนำร่องในกรุงเทพมหานคร เนื่องจาก อสส.มีปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ และเราไม่ได้สร้างโรงพยาบาลใหม่ ทำไม่ได้ เราก็ต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วย

เมื่อถามว่าร่างกฎหมายแยกตัวออกจาก ก.พ. แสดงว่า ไม่สามารถทำได้แล้วหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เราทำตามหน้าที่ขับเคลื่อนมาตลอด แต่พ้นหน้าที่ของเรา ก็จะเป็นส่วนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม แต่เรื่อง อสม. อสส. ที่มาเป็นกลไกช่วยเรื่องให้ประชาชนสุขภาพดี ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ สภาจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.อสม.